อ่านคำที่ไม่ได้พูด: "Unspeak ที่ Speak" วรากรณ์ สามโกเศศ

ไปเจอบทความโดย วรากรณ์ สามโกเศศ มา น่าสนใจ และคิดว่าเกี๊ยวเกี่ยวกับค่ายอ่านของเราเรา เรื่อง unspeak ที่ speak ความตรงไปตรงมาของคำพูดที่ดูเหมือนอ้อมค้อม

Unspeak ที่ Speak

โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10463 หน้า 6

บ่อยครั้งที่ชื่อของขบวนการ โครงการ เรื่องที่กระทำการ ฯลฯ สื่อความหมายเพื่อโน้มน้าวชักชวนให้เชื่อบางอย่าง โดยแอบซ่อนไว้อย่างแนบเนียน เรื่องนี้น่าสนใจเพราะเป็นเรื่องของการรู้เท่าทัน

ร้านอาหารมักแถมท้ายชื่อว่าเป็น “เจ้าเก่า” “ดั้งเดิม” มีคำว่า “เยาวราช” “ฮ่องเต้” (โปรดสังเกตไม่มี “ฮองเฮา”) “สำเพ็ง” มีชื่อเมืองต่างประเทศปนอยู่ด้วย เช่น ยูนนาน นานกิง หรือคำว่า “เสวย” ฯลฯ วิธีการใช้ชื่อเหล่านี้ฝรั่งเรียกว่า Unspeak คือไม่ได้บอกแบบตรงๆ ว่าร้านของฉันอร่อยซึ่งธรรมดาเกินไป แต่ “ไม่บอกแบบบอก” เพราะคำเหล่านี้สื่อความหมายว่าเหนือชั้น

ฝรั่งเองใช้ Unspeak กันมากในสงครามต่อสู้ออกกฎหมายเพื่อให้ทำแท้งได้นั้น เดิมกลุ่มต่อต้านเรียกตัวเองว่า Anti-Abortionist (พวกต่อต้านการทำแท้ง) กันตรงๆ พวกสนับสนุนเรียกตนเองว่า Abortionist ซึ่งดูไม่ดีเพราะเสมือนกับเป็นพวกฆาตกร จึงปรับตัวใหม่เรียกว่ากลุ่ม Pro-Choice (สนับสนุนให้เลือกได้) กล่าวคือการทำแท้งเป็นสิทธิของผู้หญิง เด็กอ่อนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของการเลือก

ฝ่าย Anti-Abortionist ก็เปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่ม Pro-Life (สนับสนุนการมีชีวิต) กล่าวคือพวกตรงข้ามคือพวกไม่สนับสนุนการมีชีวิต (ซึ่งชีวิตเป็นเรื่องดี) ส่วนพวกตนคือพวกเชื่อมั่นในชีวิตมนุษย์ซึ่งเป็นเรื่องของทุกคนในโลกที่ไม่ยอมการฆ่าแกงมนุษย์ จึงมิใช่เรื่องของผู้ท้องที่จะสามารถตัดสินใจเองได้

ทั้ง Pro-Choice และ Pro-Life คือ Unspeak ชื่อทั้งสองสื่อความหมายที่แอบซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน

ในปัจจุบัน climate change (อากาศเปลี่ยนแปลง) ก็เป็น Unspeak ที่มาแทนที่ global warming ซึ่งฟังดูแล้วน่ากลัวกว่า เช่นเดียวกับคำว่า tak, relief (ผ่อนเบาภาระภาษี) เป็น Unspeak ที่ดีของการปรับภาษีเพราะฟังดูแล้วสบายใจกว่า ทั้งที่โดยแท้จริงแล้วอาจต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น

Friends of the Earth (เพื่อนของโลก) คือชื่อเครือข่ายของนักสิ่งแวดล้อมที่สื่อว่าใครไม่เป็นพวกก็คือ Enemy of the Earth (ศัตรูของโลก)

ชื่อของกลุ่ม Greenpeace ของนักอนุรักษ์ธรรมชาติอีกพวกก็เป็น Unspeak เช่นกัน เพราะกลุ่มนี้ชื่อสื่อทั้งความเขียว และสันติภาพ

ในบ้านเราชื่อของคนโดยแท้จริงแล้วก็คือ Unspeak อย่างหนึ่ง เพราะนอกเหนือจากการมีอักษรและสระที่เป็นศรีแล้ว ความหมายต้องเป็นมงคลอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อความหมายที่ดีในอาชีพ ตัวอย่างเช่นชื่อเดิมคือ “สมบุญ” ก็เปลี่ยนเป็น “ชาติชาย” และต่อมาเป็น พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ “ชุบ” ก็เป็น “กฤษณ์” ของพลเอกกฤษณ์ สีวะรา “สมจิตต์” ก็เป็น “เกรียงศักดิ์” ของ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

Unspeak ของชื่อเป็นเรื่องสำคัญ ลองจินตนาการดูว่าแพทย์ชื่อ “ปรโลก” “สัพเพสัตตว” “รอยกรรม” จะได้รับความเชื่อถือจากคนไข้เก่า “สวัสดิภาพ” “ยมทูตสยบ” “อมตะ” ไหม (ชื่อ “มงคล” สำหรับกระทรวงหมอนั้น โอ เลยครับ)

นักกฎหมายชื่อ “มีชัย” ย่อมเป็น Unspeak ที่ดีกว่า “ปราชัย” นักการเมืองชื่อ “เสรีภาพ” ย่อมดีกว่า “เผด็จการ” เช่นกัน

“คณะปฏิรูป” เป็น Unspeak ที่เข้าท่ากว่าคณะ “ปฏิวัติ” เช่นเดียวกัน “สภาความมั่นคงแห่งชาติ” ดีกว่า “สภาปฏิรูป” ในอดีต

การเปลี่ยน “รากหญ้า” ของไทยรักไทย เป็น “รากแก้ว” ก็เป็นความจงใจแบบ Unspeak ที่เป็นมวย เพราะ “รากหญ้า” จะสื่อเรื่องราวเกี่ยวพันกับไทยรักไทย แต่ “รากแก้ว” จะเริ่มศักราชของความหมายใหม่ “คลื่นใต้น้ำ” ฟังดูแล้วน่ารัก ถ้าจะใช้วิธีการของ Unspeak ก็ต้องเป็น “คลื่นมรณะ” หรือ “โคลนดูดอันตราย” หรือ “คลื่นมัจจุราช”

นักปราชญ์จีนร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้าคือขงจื้อ (มีชีวิตอยู่ระหว่าง 551-479 ปีก่อนคริสตกาล) ถูกถามว่าถ้าได้เป็นผู้ปกครองสิ่งแรกที่จะทำคืออะไร ขงจื้อคิดสักพักและตอบว่าจะเปลี่ยนแปลงชื่อของบางสิ่ง ผู้ถามรู้สึกงุนงงว่ามันเกี่ยวอะไรกับการมีรัฐบาลที่ดี ขงจื้อตอบว่าเมื่อชื่อของบางสิ่งไม่ถูกต้องเหมาะสม คำพูดของผู้ปกครองก็ดูไม่มีเหตุมีผล และเมื่อมันไม่มีเหตุมีผล สิ่งต่างๆ ก็ไม่ถูกกระทำอย่างถูกต้อง และเมื่อกระทำกันอย่างไม่ถูกต้องแล้ว โครงสร้างของสังคมก็จะเป็นอันตราย เมื่อเป็นดังนั้นการลงโทษก็ไม่เหมาะสมกับความผิดที่ทำไป และเมื่อการลงโทษไม่สอดคล้องกับความผิด ประชาชนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ขงจื้อสรุปว่าเรื่องสำคัญในการปกครองนั้น คำพูดมิใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับประชาชน การเรียกชื่อ สิ่งต่างๆ จึงสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งหมดนี้ขงจื้อกำลังพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า Unspeak ในปัจจุบัน

“ผู้ก่อการร้าย” เป็น “ผู้ไม่หวังดีต่อชาติ” ต่อมาก็เกิดคำว่า “ผู้พัฒนาชาติไทย” ขึ้น หลังบันทึก 66/23 จนแก้ไขปัญหาของชาติไปได้ (ปัจจุบันเรายังไม่มี Unspeak ที่เข้าท่าของ “โจรใต้” ในอดีต “โจรกระจอก” เป็น Unspeak ที่ไม่เข้าท่า เช่นเดียวกับคำว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ)

บางครั้ง Unspeak ก็มาในรูปของการใช้อีกคำทดแทนคำเดิมที่มีความหมายแรงไป หรือไม่เหมาะสม เช่น “สิ้น” แทน “ตาย” “ปลง” แทน “เผาศพ” (คนโบราณมักใช้คำนี้เพราะ “เผาศพ” ฟังดูไม่เจริญใจ) ฝรั่งใช้ pass away แทน die (ที่จริง pass away ใช้กับบุคคลสำคัญ แต่การให้เกียรติกันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เมื่อครั้งพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ตายในต่างแดน หลังถูกจอมพลสฤษดิ์ปฏิวัติ สถานทูตไทยโทรเลขมาเป็นภาษาอังกฤษว่า General Pao passed away รัฐบาลไทยตื่นเต้นกันใหญ่เพราะมีผู้แปลเป็นข่าวว่าพลตำรวจเอกเผ่าจะผ่านมาทางนี้ เรื่องเล่านี้ไม่มีนัยอะไรทั้งสิ้น แต่บางคนอาจบอกว่าเรื่องเล่านี้เป็น Unspeak เพื่อให้ระวังเรื่องการแปลครั้งต่อไป

ปัจจุบันเขาใช้ “อุ้ม” แทน “ฆ่าแบบลับๆ” (ยังไงก็เป็น Unspeak ที่ไม่คุ้นหู) “ทุบ” แทน “ซ้อม” “เขาบอกมา” แทน “โผ”

สำหรับฝรั่งปัจจุบันคนพิการไม่ใช่ handicapped (ผู้ด้อย) หรือ disabled (ผู้ไร้ความสามารถ) แต่เป็น persons with disabilities (บุคคลผู้ขาดความสามารถบางอย่าง) ในภาษาไทยก็ไม่ควรเรียกคนตามองไม่เห็นว่า “คนตาบอด” หากควรเรียกว่า “คนตาพิการ” แทน

Unspeak มีความสำคัญในการสร้างความเข้าใจและมีนัยยะของการตลาด แอบซ่อนอยู่เพื่อโน้มน้าว ให้คนคล้อยตามอย่างแนบเนียน หากสังเกตว่าเห็นและทำให้รู้เท่าทันมากขึ้น

ในอังกฤษ Unspeak ที่กล่าวขวัญกันก็คือการใช้คำว่า Asylum Seekers (ผู้ขอสถานที่ลี้ภัย) แทน Refugee (ผู้ลี้ภัย) กล่าวคือเปลี่ยนจากการเน้นลักษณะของการหนี้ภัยมาเป็นเน้นความต้องการของผู้ขอลี้ภัยจากประเทศที่เดินทางไปถึง

เรื่องเล่าสุดท้ายนี้จะว่าเป็น Unspeak เพื่อประกอบความรู้ก็ยอมรับด้วย


ที่มา – วรากรณ์ สามโกเศศ, Unspeak ที่ Speak, มติชนรายวัน, 2 พฤศจิกายน 2549 (คัดลอกจากเว็บ nidambe11)

Post a Comment

Your email is never shared. Required fields are marked *

*
*