November 10, 2008 – 12:11
คนมองหนัง มองละครโทรทัศน์ กับภาพฉายสังคมการเมืองร่วมสมัย ความคาดหวังและโลกทัศน์ของผู้คนในสังคม ที่ปรากฏอยู่บนจอโทรทัศน์ ใน การกลับมาของ “แม่พลอย” และ “เปา บุ้น จิ้น” – การกลับมาของ แม่พลอย และ เปา บุ้น จิ้น: วิถีการต่อสู้ทางการเมืองวัฒนธรรมในบริบททางสังคมการเมืองไทยร่วมสมัย ความก้าวหน้าของละครโทรทัศน์ไทยยุคใหม่ ในระยะหลัง ๆ มานี้ ผมไม่ค่อยได้ดูหนัง (หมายความรวมทั้ง ภาพยนตร์ที่ฉายตามโรง และ ดีวีดีหรือวีซีดีของภาพยนตร์ที่ฉายตามโรง) สักเท่าไหร่ ทว่าสิ่งที่ผมกำลัง ติด อยู่ในปัจจุบัน กลับเป็นละครโทรทัศน์ในทุก ๆ ช่วงเวลา แท้จริงแล้ว ผมได้ห่างเหินจากละครโทรทัศน์ไปนานพอสมควร แต่เมื่อหวนกลับมาดูละครเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง ก็ทำให้ผมได้พบเห็นสิ่งที่น่าสนใจจำนวนมากปรากฏอยู่ใน ละครน้ำเน่า ตามสายตาชนชั้นสูงและชนชั้นกลางระดับสูงจำนวนน้อยในสังคมไทย จากมุมมองของผม สื่อบันเทิงบ้าน ๆ ที่มีสถานะเป็นวัฒนธรรมป๊อป อันถูกมองเป็นอุตสาหกรรมบันเทิงแบบสามัญ ไปจนถึง แบบสามานย์ กลับกลายเป็นผลงานวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีเนื้อหาทางสังคมก้าวล้ำไปไกลมาก หากเทียบกับผลงานวัฒนธรรมร่วมสมัยที่มีสถานะเป็นงานศิลปะมากกว่า อย่าง ภาพยนตร์ หรือ แม้กระทั่งหนังสือ [...]
ช่วยกันโปรโมตงานรี้ดแคมป์ นำโค้ดนี้ไปแปะลงในบล็อก เว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ดที่เล่นบ่อย ๆ กันครับ (copy & paste ได้เลย) ช่วย ๆ กัน สำหรับโปสเตอร์/ใบประกาศ ใครจะพิมพ์จากแฟ้มนี้ไปแปะตามบอร์ดก็ได้ (โปรโมตกันแบบ P2P นี่แหละ) แบนเนอร์เว็บ ป้ายแบบที่ 1 – แบบยาว 400×66 พิกเซล ออกแบบโดย @tewson โค้ดนี้ <center><a href="http://culturelab.in.th/readcamp/about/" title="ReadCamp ทุกอย่างอ่านได้ – 29 พ.ย. 10:00-19:00 @ หอศิลปฯ กรุงเทพฯ – ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ อ่านได้หมด!"><img alt="ReadCamp 29 Nov 2008 @ Bangkok Art and Culture Centre" src="http://culturelab.in.th/readcamp/wp-content/uploads/readcamp-banner-tewson.png" width="400" height="66" [...]
อธิปกับ ‘ภาพ’ บนฉลากวิสกี้และสาโท – หน้าที่ของนักสังคมศาสตร์ที่มีต่อเสือสิงห์กระทิงแรด “บทความ ชิ้นนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับ บุคคล องค์กร หรือ เหตุการณ์จริงแต่ประการใดทั้งสิ้น ในกรณีที่บางส่วนของบทความนี้ไปพ้องกับ บุคคล องค์กร หรือ เหตุการณ์จริงจึงเป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น” ในปกหนังสือการ์ตูนสักเล่ม เมื่อเร็วๆ นี้ผมได้มีโอกาสได้เข้าไปค้นหาคลิปวีดีโอเกี่ยวกับ ชิเชค[1] ใน YouTube แล้ว พบว่ามีคลิปวีดีโอสั้นๆคลิปหนึ่งเกี่ยวกับชิเชคที่น่าสนใจไม่หยอกเลย[2] ผมสันนิษฐานว่าคลิปดังกล่าวนั้นเป็นบางส่วนของหนังที่ชื่อว่า Zizek! ที่ นำแสดงโดยตัวเขาเอง (ผมไม่แน่ใจว่าเรียกมันว่าสารคดีได้หรือเปล่า แต่เขาเล่นเป็นตัวเองแน่ๆ) เพราะ ผมคิดว่าโทนของคลิปมันคล้ายๆ กับ ตัวอย่างหนังดังกล่าวที่ผมเคยดู (ให้ตายเหอะ ผมอยากดูเป็นบ้าเลยไม่รู้จะหาดูที่ไหน) ในคลิปสั้นๆ นั้นชิเชคได้โผล่ข้อเสนออันน่าสนใจของเขาไว้ตั้งแต่ประโยคแรกๆ ว่า “หน้าที่ของปรัชญาไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่เป็นการระบุปัญหาใหม่” (The duty of Philosophy is not to solve problems, but to redefine problems.)[3] [...]
งานอีกชิ้นของ @guopai (พบเขาใน ReadCamp) อ่านถึง “ความไม่ประสงค์” (??) – Bartleby กับ “ความไม่ประสงค์” ที่แฝงอยู่ในตัวทุกคน เพิ่งอ่านนิยายขนาดสั้นเรื่อง Bartleby, the Scrivener: A Story of Wall Street แต่งโดย Herman Melville ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่แต่ง Moby Dick อันเลื่องชื่อ ผมยังไม่ได้อ่าน Moby Dick นี่จึงเป็นงานเล่มแรกของ Melville ที่ผมได้อ่าน คำเตือน: Spoil ———————————————– Bartleby เขียนขึ้นเมื่อปี 1853 เป็นนิยายขนาดสั้นไม่ถึง 100 หน้า อ่านไม่กี่ชั่วโมงก็จบ เป็นเรื่องเล่าของ “ข้าพเจ้า” ที่เป็นเจ้าของสำนักกฎหมายบนถนน Wall Street สมัยนั้นยังไม่มีแม้แต่เครื่องพิมพ์ดีด ทนายจึงต้องใช้เสมียนเขียนสำเนาของสำนวนคดีด้วยมือ สำนักงานของ “ข้าพเจ้า” มีเสมียนอยู่สองคน พองานล้นมือก็เลยลงประกาศรับเสมียนเพิ่ม [...]
คนมองหนัง เขียนถึงรางวัลดนตรี แฟต อวอร์ดส โดยสถานีวิทยุเพลง “อินดี้” ยอดนิยม แฟต เรดิโอ ในช่วงเวลาหลังรัฐประหารหมาด ๆ ห้วงยามที่ผู้คนแทบจะสำลักกับคำว่า “พอเพียง” (ที่ได้ยินกันจน “เกินพอ”) — ข้อเขียนชิ้นนี้มาจากบล็อก cultural politics ที่เขาเขียนร่วมกับเพื่อน – จากแฟต อวอร์ดส์ ครั้งที่ 5 รางวัลดนตรีที่พอเพียง ถึงการเมืองวัฒนธรรมในยุค คมช. และรัฐบาลขิงแก่ เมื่อ สุดสัปดาห์ที่แล้ว ขณะเดินทางอยู่ในรถยนต์ที่กำลังโลดแล่นบนทางด่วนและเปิดวิทยุฟังเพลงไปด้วย หูเจ้ากรรมทั้งสองข้างของผมก็พลันได้ยินเสียงสป็อตโฆษณาทางวิทยุที่มีความ น่าสนใจ และเชิญชวนให้คนฟังอย่างผมได้อมยิ้ม จนกระทั่งเกือบหัวเราะออกมาเบา ๆ เสียด้วยซ้ำไป สป็อตโฆษณาดังกล่าว เป็นโฆษณาเกี่ยวกับการประกาศผลรางวัลทางดนตรีที่มีชื่อว่า แฟต อวอร์ดส์ ครั้งที่ 5 ซึ่งกระจายเสียงผ่านคลื่นวิทยุ 104.5 แฟต เรดิโอ โดยเนื้อหาของโฆษณาก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้คนฟังวิทยุที่ผ่านการคัดเลือก จากทางคลื่นเดินทางไปลงคะแนนเสนอชื่อศิลปินผู้จะได้รับรางวัลในสาขาต่าง ๆ ณ สถานที่และเวลาตามที่นัดหมายไว้ สำหรับสโลแกนของแฟต อวอร์ดส์ในครั้งนี้ [...]
โดราเอมอน เอ๊ย รี้ดแคมป์ วันนี้เสนอ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ กับการเข้าถึงแก่นของความจนและรวยด้วยสายตาของชนชั้นกลาง จาก @guopai ซึ่งก็จะไปเจอพวกเรากันในวันที่ 29 พ.ย. นี้เช่นกัน – ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ กับการเข้าถึงแก่นของความจนและรวยด้วยสายตาของชนชั้นกลาง งานนวนิยายของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์มีความพิเศษ ตรงที่ตัวละครในเรื่องคือชนชั้นล่างที่สุดและชนชั้นสูงที่สุด แต่เขียนให้ผู้อ่านส่วนมากซึ่งเป็นคนชั้นกลางอ่าน หลังจากอ่าน “บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า” จบ ผมเริ่มอ่าน “ผู้ดีน้ำครำ” ที่ยาวเกือบ 1,000 หน้าจนจบภายในเวลาไม่กี่วัน งานของ ‘รงค์ อ่านสนุกจนไม่อยากให้จบ แต่นอกเหนือจากความบันเทิง ผมคิดว่าคุณค่าของงานเขียนเหล่านี้กำลังปรากฏในห้วงเวลาที่ช่องว่างระหว่าง คนจนที่สุดกับรวยที่สุดกำลังเพิ่มห่าง และชนชั้นกลางเริ่มถูกสถานการณ์แวดล้อมบีบให้ต้องเลือกเข้าข้างใดข้างหนึ่ง ‘รงค์ นำเสนอภาพสะท้อนและแรงจูงใจของคนทั้งสองชนชั้น ที่มีทั้งความต่างสุดขั้วและความเหมือนจนน่าตกใจ คนรวยถูกผลักดันด้วยอำนาจเงินและผลประโยชน์ ทำทุกอย่างให้รวยขึ้น ส่วนคนจนถูกผลักดันด้วยความหิวและความฝันทำทุกอย่างให้ตนเองรวยขึ้น
@sikkha มาร่วมวงด้วยเรื่องสามก๊ก (ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีก) มาทั้งแบบภาพเคลื่อนไหวและตัวหนังสือ – Practical Utopia X : กลยืมซากคืนชีพของฮั่นต๋งอ๋อง กดเข้าไปดูคลิปวิดีโอที่เว็บ SIU ครับ ความเห็นแลกเปลี่ยนของผู้อ่านหลายคนที่นั่นน่าสนใจ-ร่วมวงสนทนาทีเดียว Practical Utopia ตอนที่ 10 วิเคราะห์กลฮันต๋งอ๋องของเล่าปี่ เทียบการประกาศตนเหนือกว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ สร้างแนวโน้มใหญ่พิชิตวุ่ย ทั้งที่กำลังเล็กกว่า เป็นต้นแบบของ virtual power (กำลังภาพลวง) สมัยโบราณ หรือกลยืมซากคืนชีพในตำรับพิชัยสงคราม, นอกจากนี้ยังถกเถียงถึงตำรับอี้จิงคำภีร์แห่งการปรับเปลี่ยนไหลรื่นตามสภาพธรรมชาติ …
Girl Friday เขียนในบล็อก ชวนคนมารี้ดแคมป์กัน – ReadCamp is coming เรื่องมันแดงขึ้นมาจนได้ หลังจากมีคนคนหนึ่งเริ่มพูดขึ้นมาว่า เรามาทำ ReadCamp (รี้ดแคมป์) กันเถอะ บรรดานักดมกลิ่นหนังสือก็เกิดหูผึ่ง รุกเร้าว่าให้จัดงาน “ประมาณนั้น” ขึ้นมาไวๆ พักหลังๆ มีกิจกรรมเชิงไม่เป็นทางการ หรือ อสัมมนา เกิดขึ้นบ่อยๆ อย่างงานเพชะคุชะ ที่นิตยสารไบโอสโคปเคยจัด และงานบาร์แคมป์ที่หลายๆ ช่วยกันปั้นมันขึ้นมา สิ่งที่เราชอบมากที่สุดในงาน “ประมาณนี้” ก็คือ คนที่มาพูดไม่ต้องเขินมาก ไม่ต้องแต่งตัวเรียบร้อยหมดจด ไม่ต้องเป็นเซเล็บ ไม่ต้องหล่อ คนมาพูดจะเป็นใครก็ได้ … แต่คุณอาจจะต้องเจ๋งสักหน่อย … แปลว่า เจ๋งที่มีความสนใจในเรื่องนึง แล้วก็เปิดความคิดในเรื่องนั้นๆ ต่อผู้อื่น คนฟังในงาน “ประมาณนี้” ก็ไม่โหด ไม่มีใครมาคอยตัดสินดีงามถูกผิดจากคุณ แต่บรรยากาศและคุณค่าทั้งหมดมันเกิดขึ้นเมื่อคนทั้งห้อง ทั้งฝ่ายพูดก่อนและฝ่ายนักฟัง-ชงประเด็น จะช่วยกันแลกเปลี่ยน ตรงนี้เองที่ทำให้อรรถรสและความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดออกไปได้ งานนี้อาจจะต่างจากงานอื่นๆ นิดหน่อย (นิดหน่อยจริงๆ ) คือ [...]
การะเกต์ แคนโต้โต้โต้มาร่วมรี้ดแคมป์ป์ป์ป์ น่ารักเชียว มี’ตูนด้วย อ่านแดง เห็น เหลือง อ่านเหลือง เห็น ฟ้า อ่านภาษา ได้ ใบ้ …
จากผู้ร่วมแคมป์ @tewson เขียนไว้ที่บล็อก(เก่า)ของเขา (บล็อกใหม่อยู่นี่) – แจวจ้ำจึก : to be is to be perceived เพิ่งเสร็จงานรับเพื่อนใหม่เมื่อเช้านี้เอง สนุกมาก ๆ แต่ให้ไม่นอนสองสามคืนติดกันแบบนี้บ่อย ๆ ก็ไม่ไหวแฮะ คนที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ทุกคนคงเคยร้อง (และเต้น) ในเพลง “แจว (มาแจวจ้ำจึก)” เนื้อร้องก็ไม่ค่อยมีอะไร แจวมาแจวจ้ำจึก น้ำนิ่งไหลลึก (บางที่ว่า “พอถึงตอนดึก”) นึกถึงคนแจว [ซ้ำ] แจวเรือจะไป … แจวเรือจะไป … ขอเชิญ … ลุกขึ้นมาแจว ผมพบว่าการสันทนาการที่ใดก็ตาม เพลงแจวจะเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตชนิดที่ว่า ต้องมี เพราะกติกาในการร่วมสนุกนั้นง่ายมาก ถ้าเขาเรียกเรา เราก็แจว