guopai : ‘รงค์ ความจน ชนชั้นกลาง

โดราเอมอน เอ๊ย รี้ดแคมป์ วันนี้เสนอ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ กับการเข้าถึงแก่นของความจนและรวยด้วยสายตาของชนชั้นกลาง จาก @guopai ซึ่งก็จะไปเจอพวกเรากันในวันที่ 29 พ.ย. นี้เช่นกัน :)

‘รงค์ วงษ์สวรรค์ กับการเข้าถึงแก่นของความจนและรวยด้วยสายตาของชนชั้นกลาง

งานนวนิยายของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์มีความพิเศษ ตรงที่ตัวละครในเรื่องคือชนชั้นล่างที่สุดและชนชั้นสูงที่สุด แต่เขียนให้ผู้อ่านส่วนมากซึ่งเป็นคนชั้นกลางอ่าน

หลังจากอ่าน “บ้านนี้มีห้องแบ่งให้เช่า” จบ ผมเริ่มอ่าน “ผู้ดีน้ำครำ” ที่ยาวเกือบ 1,000 หน้าจนจบภายในเวลาไม่กี่วัน งานของ ‘รงค์ อ่านสนุกจนไม่อยากให้จบ แต่นอกเหนือจากความบันเทิง ผมคิดว่าคุณค่าของงานเขียนเหล่านี้กำลังปรากฏในห้วงเวลาที่ช่องว่างระหว่าง คนจนที่สุดกับรวยที่สุดกำลังเพิ่มห่าง และชนชั้นกลางเริ่มถูกสถานการณ์แวดล้อมบีบให้ต้องเลือกเข้าข้างใดข้างหนึ่ง

‘รงค์ นำเสนอภาพสะท้อนและแรงจูงใจของคนทั้งสองชนชั้น ที่มีทั้งความต่างสุดขั้วและความเหมือนจนน่าตกใจ คนรวยถูกผลักดันด้วยอำนาจเงินและผลประโยชน์ ทำทุกอย่างให้รวยขึ้น ส่วนคนจนถูกผลักดันด้วยความหิวและความฝันทำทุกอย่างให้ตนเองรวยขึ้น

จะเห็นว่าแรงผลักดันของคนจนและคนรวยนั้นมีความเชื่อมต่อกันเป็นสายเดียว เพราะมนุษย์ต่างเริ่มต้นชีวิตโดยต้องการเพียงปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะสิ่งที่ทำให้หายหิว พอกินอิ่มแล้ว สัญชาติญาณรักชีวิตก็ทำให้มนุษย์ต้องแสวงหาความปลอดภัย โดยการเริ่ม “สะสม” หลังจากนั้น มนุษย์ที่มีสัญชาติญาณไม่หยุดนิ่งและชอบสบายจึงขยายฐานทุกและทรัพยากรของ ตนเองเพื่อตอบสนองความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดไปเรื่อยๆ

ความเข้าใจพื้นฐานนี้นำไปสู่การที่ชนชั้นกลางธรรมดาๆ อย่างเราๆ ที่พอจะเข้าใจสภาพและแรงจูงใจทั้งความจนและความรวย จะสามารถคิดใตร่ตรองอย่างรอบคอบเพื่อกำหนดการกระทำและจุดยืนทั้งทางสังคมและ การเมือง เช่นการเข้าใจว่าคนชนบทมีเหตุผลเต็มที่ที่จะสนับสนุนนโยบายประชานิยม และชนชั้นนำก็มีเหตุผลเต็มที่ที่จะรักษาสถานะและอำนาจของตน เพราะคนเราไม่ว่าจะยากดีมีจน ต่างมีชีวิตที่ถูกขับเคลื่อนด้วยสายธารของความต้องการในขั้นต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

มันจึงเปล่าประโยชน์ที่จะเรียกร้องให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นผู้กำหนด และนำสังคม เพราะการกระทำเช่นนั้นจะไม่มีวันได้รับการยอมรับจากคนอีกกลุ่มหนึ่ง สิ่งที่น่าทำยิ่งกว่า คือการเรียกร้องให้คนแต่ละกลุ่ม “เข้าอกเข้าใจ” คนอีกกลุ่ม ให้คนแต่ละกลุ่มยอมรับว่าคนอีกกลุ่มมีแรงผลักดันและความต้องการเพราะเขาเกิด มาในสภาพอย่างนั้นและกำลังอยู่ในช่วงของสายธารความต้องการที่เหมาะสมกับ ตนเอง

ความเข้าอกเข้าใจอย่างจริงจังดังกล่าวคือการที่คนแต่ละกลุ่มมองเห็นโลก ที่ “กว้าง” ขึ้น และเริ่มเปิดใจยอมที่จะรอมชอมและตัดสินใจบนพื้นฐานของผลประโยชน์ของคนทุก กลุ่ม

และนี่ไม่ใช่หรือคือพื้นฐานของประชาธิปไตย ที่เป็นระบอบการปกครองที่ทุกคนมีส่วนร่วม ที่ต้องฟังเสียงคนส่วนใหญ่ และเคารพเสียงคนส่วนน้อย


ที่มา – guopai, ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ กับการเข้าถึงแก่นของความจนและรวยด้วยสายตาของชนชั้นกลาง, Entangled, 23 ตุลาคม 2551

Post a Comment

Your email is never shared. Required fields are marked *

*
*