Category Archives: น่าอ่าน

fxxknoevil กับคนอื่น ๆ : ดนตรีกับการเมืองกับเทคโนโลยี

ณ เว็บบอร์ดแห่งหนึ่ง (ที่ถูกบล็อคถูกแบนหรือไม่ก็ล่มเองอยู่เป็นระยะ ๆ) FxxkNoEvil เปิดประเด็น “ดนตรีกับการเมือง, ท่านอยากฟังอะไรถ้ามีการบรรยายหัวข้อนี้ ???” .. ว่ากันไป 51 ความคิดเห็นแล้ว ใครสนใจลองตามไปแลกเปลี่ยนกันได้ ต่อด้วยเรื่อง ดนตรีกับการเมืองและเทคโนโลยี เร็ว ๆ นี้ FxxkNoEvil เขียนบล็อกเรื่อง The Politics of P2P Music Sharing (การเมืองของการปันเพลงระหว่างเพื่อน) .. ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่ความคิดที่ว่าการแบ่งเพลงกันฟังผ่านระบบออนไลน์นั้น ‘ทำลายวงการดนตรี’ ทั้งยังเป็นเรื่อง ‘ผิดศีลธรรม’ อีกด้วย

sputnik65 : เสื้อคน หุ่นยนต์เปลือย

@sputnik65 มองเสื้อยืดหุ่นยนต์ร่างเด็กอันเปลือยเปล่า เล่าเรื่องการ์ตูน ‘เจ้าหนูอะตอม’ – Astro Boy เจ้าหนูอะตอม (หรือเจ้าหนูปรมาณู ในสมัยตีพิมพ์ในไทยครั้งแรก) เป็นผลงานโดยอาจารย์ โอซามุ เท็ตสึกะ ที่ได้รับการขนานนามเป็นเจ้าพ่อวงการการ์ตูนญี่ปุ่น (manga) ที่ทุกคนคงเคยได้ยินมาจนอาจจะเบื่อได้ จุดเด่นในงานของอาจารย์มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกันตั้งแต่ลายเส้น ที่ตัวละครแต่ละตัวมีตาโตโดดเด่นเป็นเอกลัษณ์ มุกตลกท้องคัดท้องแข็งด้วยหลากหลายความฝืดแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นจินตนาการเหนือผู้คนร่วมสมัย ที่ทำให้อาจารย์มีผลงานการ์ตูนมากกว่า 700 เรื่อง รวมจำนวนหน้าได้มากกว่า 150,000 หน้า

pittaya : L337 T-shirts

สไลด์ของ @pittaya จากงานบาร์แคมป์กรุงเทพครั้งที่ 2 เมื่อสิงหาที่ผ่านมา ด้วยกลวิธีทางรหัสภาษา ผู้ส่งสารสามารถบรรจงกำจัดกลุ่มคนที่ไม่ต้องการออกไปจากวงจรสื่อสารได้ ให้เหลือเฉพาะผู้รับสารที่เลือกแล้วเท่านั้น ลายเสื้อยืดลายตัวในรายการนี้ แม้ทุกคนจะสามารถ ‘มอง’ มันได้ เมื่อถูกสวมใส่และแสดงในที่สาธารณะ แต่จะมีเพียงคนกลุ่มจำกัดเท่านั้น ที่จะ ‘เห็น’ สารบนเสื้อ … เพราะ, ในภาษาคอมพิวเตอร์ คำพูดหนึ่งจากลายเสื้อยืด : “บนโลกนี้มีคนแค่ 10 แบบเท่านั้น พวกที่เข้าใจเลขฐานสอง และพวกที่ไม่เข้าใจ” หากคุณไม่เข้าใจสาร ก็อาจจะเป็นเพราะว่าคนส่งไม่ได้ต้องการสื่อสารกับคุณ (เช่นในโฆษณาขายสินค้ากลุ่มเฉพาะ) หรือกระทั่งจะมองคุณเป็นโจ๊กเสียด้วยซ้ำ (เช่นประโยคคำพูดที่ยกตัวอย่างก่อนหน้า … 10 ในเลขฐานสอง มีค่าเท่ากับ 2 ในเลขฐานสิบหรือเลขระบบปกติที่เราใช้กัน) – L337 T-shirts เสาร์-อาทิตย์ที่แล้ว มีการจัดงาน Barcamp Bangkok ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยจัดที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สำหรับคนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน Barcamp เป็นงานสัมมนาแบบไม่เป็นทางการ อาศัยแนวคิดที่ว่าให้คนมาอยู่รวม ๆ กัน [...]

dinya : อะไรอยู่ในชื่อพายุ ?

ชื่อทุกอย่างล้วนมีที่มา – เราอาจจะไม่รู้ มันอาจจะเก่าเกินจะสืบถึง – แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันตั้งขึ้นตามใจชอบ.. อืมม… มันอาจจะ “ตามใจชอบ” ก็ได้ ว่าแต่ ใจ “ใคร” ล่ะ ? – บล็อกเกอร์ dinya จะพาเราไปดูชื่อพายุลูกใหญ่กัน – เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพายุ ตอนที่ 2 : ชื่อของพายุ ? หลายคนเคยบอกว่า ไม่น่าเชื่อที่ชื่อสวย ๆ อย่าง นากรี รูซา นิดา เกศนา สาลิกา คัมมุริ ฯลฯ และอีกหลายชื่อที่มีความหมายน่ารัก ๆ ถึง ต้นไม้ ดอกไม้ ภูเขา ทะเล แม่น้ำ ฯลฯ เหล่านี้จะเป็นชื่อของพายุไปได้ อาจเพราะความจริงแล้วพายุ หรือวาตภัยส่วนใหญ่นั้นมีพิษสงทำลายล้าง ทำความน่าสะพรึงกลัวกับพวกเราชาวโลกไม่น้อยนั่นเอง เรื่องน่ารู้ฯ ตอนนี้เลยอยากเอาชื่อพายุมาเล่าสู่กันฟังค่ะ ภาพเมฆฝนและพายุในจังหวัดเชียงใหม่ ปลายเดือน กรกฎาคม [...]

Carousal : เจาะเวลาหาอดีต "อะไรจะเกิดขึ้นถ้า… ?"

ซีรี่ส์ “เจาะเวลาหาอดีต” โดย Carousal (หมดแก้ว!) จากบล็อก “สุดสัปดาห์กับการ์ตูน” พาอ่านการ์ตูน สามเรื่อง สามยุค ที่อยู่บนพลอตการเดินทางทะลุมิติเวลาของตัวละคร – นักเรียนอียิปต์, หมอฮอลันดา, และนักรบเฮอัน – เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 1 : คำสาปฟาโรห์ หมู่นี้เดินผ่านร้านหนังสือแล้วเจอหนังสือแนวเจาะเวลาหาอดีตบ่อย ๆ คุณชอบอ่านหนังสือ หรือดูหนังที่ตัวละครในเรื่องต้องพลัดมิติเวลาไปสู่โลกในอดีตหรืออนาคตบ้างไหมคะ? ฉันชอบมากเลยละค่ะ เพราะถึงแม้ว่า พลอตนี้จะเป็นพลอตเก่าที่นักจินตนาการทั้งหลายใช้สร้างสรรค์ผลงานกันมากลายสิบปีแล้ว แต่มันก็ยังคงความน่าสนใจอยู่เสมอ เพราะแม้จะเป็นพลอตเรื่องแนวเดียวกัน แต่ความแตกต่างของสถานที่ ยุคสมัย และลักษณะความคิด รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวของตัวละคร ก็ทำให้พลอตเรื่องที่มีจุดเริ่มต้นเหมือนกันนี้ สามารถดำเนินไปตามทิศทางของมันเองได้เป็นร้อยเป็นพันแบบ ด้วยแนวความคิดที่ว่า มนุษย์ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพื่อนำมาปรับใช้แก้ไขปัจจุบัน ทำให้มีหลายคนสนใจที่จะทำการศึกษาค้นคว้าอดีต ยิ่งค้น ยิ่งคิด ก็ยิ่งพบว่า เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญในอดีตนั่นแหละ ที่เป็นฟันเฟืองก่อร่างสร้างเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นตามมาในอนาคต ถ้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ปฏิเสธการขอเข้าศึกษาของเด็กชาย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว และสงครามโลกครั้งที่สองก็อาจจะไม่เกิด, ถ้าเจ้าหญิงมาเรีย โจเซฟ ไม่สิ้นพระชนม์ด้วยไข้ทรพิษ [...]

Carousal : รักของหนุ่มรถไฟ เรื่องเริ่มที่ 'อ่าน' ของขวัญ

เรื่องมันเริ่มบนรถไฟระหว่างทางกลับจากอาคิฮาบาระ … หรือเรื่องมันเริ่มจริง ๆ บนอินเทอร์เน็ต เมื่อผู้คนบนเว็บบอร์ด ช่วยกัน ‘ตีความ’ ‘ถ้วยกาแฟคู่ยี่ห้อ Hermes’ และสารพัดนัยยะที่ ‘คุณ Hermes’ แสดง … สุดสัปดาห์กับการ์ตูน ชวนอ่านการ์ตูนที่สร้างจากเรื่องจริง ที่เกิดบนโลกออฟไลน์ด้วยความช่วยเหลือจากโลกออนไลน์ Densha Otoko – Chat รักหนุ่มรถไฟ – มิตรภาพแห่งโลกไร้ตัวตน เวลาที่คุณนั่งลงตรงหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตแล้ว คุณทำอะไรกันบ้างคะ? เมื่อปี 2004 ตำนานแห่งโลกอินเทอร์เน็ตบทหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้นบนกระดานหนุ่มโสดแห่ง 2channel (กระดานข่าวที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น คงทำนองเดียวกันกับ pantip.com ของบ้านเรา) เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งได้โพสต์กระทู้เล่าเรื่องราวที่เขาเพิ่งประสบมาบนรถไฟ ระหว่างทางกลับจากอาคิฮาบาระ เรื่องราวน่าตื่นเต้น ที่เขาคิดว่ามันคงจะมีชีวิตอยู่เพียงชั่ววัน และมีอายุอยู่ในใจเขานานกว่านั้นอีกเพียงนิดหน่อย กลับกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นจุดเล็ก ๆ ของตำนานที่น่าประทับใจซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดเป็นหนังสือ หนังสือการ์ตูน และละครโทรทัศน์ในที่สุด ใช่แล้วค่ะ ฉันกำลังพูดถึง Densha Otoko หรือ Chat รักหนุ่มรถไฟ นั่นเอง

มาช่วยกันยำหน่อย พ่อแม่พี่น้องเอ๊ย~

ช่วงสัปดาห์สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราพยายามจะหาเรื่องอ่านที่เราคิดว่าน่าสนใจมาเสนอกันผ่านบล็อกนี้ เป็นการ ‘โหมโรง’ ไปเล็ก ๆ เรื่องอ่านที่ผ่านมามีทั้ง หนัง เรื่องสั้น ละครทีวี นิยาย เสื้อยืด ยี่ห้อเหล้า ชื่องานเทศกาล กลอน เพลงรับน้อง … แต่เท่านั้นมันยังไม่พอ!! ส่งเรื่องที่คุณคิดว่าโดน ไม่ว่าจะเป็นของคุณเอง หรือของใครก็ตาม (ถ้าขออนุญาตเขาซะก่อนหน่อยนึงก็น่ารักดี) มาแชร์กันในบล็อกนี้ครับ มีอีกเยอะแยะเลยที่เราอ่านกันได้ (อยากเห็นใครอ่านอะไร/จะมาอ่านอะไร บอกมา ๆ – ทั้งทางเมลกลุ่มและทางเว็บบอร์ด) อ้อ เรามีเว็บบอร์ดกันแล้วนะครับ เป็นอีกช่องทางการสื่อสาร (ดูเมนูตรงด้านบนครับ) แล้วก็ฝาก ๆ กันประชาสัมพันธ์ด้วยครับ

filmsick : อ่าน 'อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล'

‘คนป่วย’ @filmsick มาร่วมรี้ดแคมป์ครั้งนี้ไม่ได้ เจ้าตัวบ่นเสียดาย เราเลยบอกเจ้าตัวว่างั้นขอหยิบบทความซักอันสองอันจากบล็อก(อันท่วมหัว)ของเขามาแชร์กันที่นี่ให้หายคิดถึงนะ filmsick บอกเอาเลยหยิบอันไหนไปก็ได้ – เราหยิบอันนี้มามองกัน ‘ดูหนัง’ แล้ว ‘อ่านผู้กำกับ’ อย่างไร – ความไม่พ้องรูปพ้องเสียง และการเล่นแร่แปรธาตุของเรื่องเล่า ในหนังสั้นของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เราอาจรู้จัก อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในฐานะการเป็นผู้กำกับไทยคนเดียวที่ได้รางวัลใหญ่ ๆ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ หรือในฐานะเจ้าของหนังน่าเบื่อยืดยาวที่ดูเหมือนไร้จุดหมาย หรือกระทั่งในฐานะผู้กำกับหัวแข็ง ที่คัดง้างกับคณะกรรมการเซนเซอร์ด้วยการ ยอมไม่ฉายไม่ยอมตัด แสงศตวรรษ หนังเรื่องล่าสุดของเขา แต่ไม่ว่าจะในฐานะใดปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาคือผู้กำกับคนสำคัญที่โลกต้องจับตามอง ย้อนกลับไปก่อนที่เขาจะกลายเป็นเจ้าของรางวัล Jury Prize จากเทศกาลหนังเมืองคานส์อภิชาตพงศ์ เริ่มต้นจากการทำหนังสั้น โดยเริ่มจาก 0116643225059 หนังสั้นที่ใช้ภาพของแม่ ซ้อนเข้ากับภาพชองชายผมยาวที่ถูกปรับแต่งจนดูเหมือนอยู่ในเงามืด และใช้เสียงการโทรศัพท์กลับบ้าน ของตัวผู้กำกับเองในการเล่าเรื่อง ตัวเลขที่เป็นชื่อเรื่องนั้นก็เอามาจากเบอร์โทรศัพท์จริง ๆ ที่ตัวผู้กำกับโทรจากเมืองนอกมาหาพ่อแม่ที่บ้าน ตัวหนังนั้นมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก (ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็น ตัวตนของอภิชาติพงศ์ ที่ใช้เรื่องส่วนตัวเป็นพื้น และค่อย ๆ เลือนไปสู่การเป็นเรื่องเล่า ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนจาก [...]

ปราชญ์ วิปลาส : The Village วาทกรรมบงการ

ปราชญ์ วิปลาส คุยหนัง “The Village” คุยรอบตัว “หมู่บ้าน” (เก็บความและเพิ่มเติมจากกิจกรรมนั่งดูหนังด้วยกันเมื่อสองสามเดือนก่อน) – หมีดูหนัง: The Village (2004) บทเพิ่มเติมและตกหล่นจากเสวนาวิชาการว่าด้วยภาพยนตร์เรื่อง The Village (2004) ในแง่มุมทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ปราชญ์ วิปลาส เพราะมีโอกาสได้เป็นผู้นำการเสวนาดังกล่าว และรู้สึกว่ายังมีหลายอย่างที่ไม่ได้พูด ทั้งเรื่องที่พูดไปแล้วก็รู้สึกว่ายังพูดไม่ชัดเจน เลยเป็นที่มาของบทความนี้ เผื่อว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมการเสวนาเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิด เห็นกันด้วย ***SPOILER*** โดยส่วนตัว เมื่อดูหนังแล้วผมจะเกิดการเปรียบเทียบสิ่งที่ปรากฏในหนังกับความเป็นจริง (หรืออาจจะเรียกว่าประสบการณ์ก็ได้) และผมเชื่อว่า การเปรียบเทียบสิ่งที่ปรากฏในหนังกับความเป็นจริง/ประสบการณ์ นั้นเกิดขึ้นกับทุกคน เห็นได้ชัดและง่ายที่สุดจากการที่เราดูหนังสักเรื่องแล้วบอกว่าชอบหรือไม่ ชอบหรือรู้สึกอย่างไรกับมัน นั่นเกิดจากการเปรียบเทียบสิ่งที่เห็นในหนังเข้ากับความเป็นจริง/ประสบการณ์ของเรา แล้วสื่อสารออกมาว่าหนังกับความเป็นจริง/ประสบการณ์ของเรานั้นมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร ผมปฏิเสธที่จะดูหนังแล้วคิดว่ามันก็เป็นแค่หนัง แค่เรื่องที่แต่งขึ้น เป็นเพียงจินตนาการ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกิดจากจินตนาการ เกิดขึ้นจากความคิด และความคิดของมนุษย์เกิดจากการมี “สัมพันธ์” กับสังคม เช่นนั้นแล้ว ผมจึงมองว่า หนังเป็นการยกระดับความคิดจากการที่มีอยู่แต่เพียงในหัวผู้สร้างสู่การมี “ปฏิสัมพันธ์” กับสังคม เป็นการสะท้อนว่าสังคมได้ฉายภาพความคิดแบบไหนลงไปในหัวผู้สร้างหนังบ้าง