<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ReadCamp &#187; นักอ่าน</title>
	<atom:link href="http://readcamp.org/category/readers/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://readcamp.org</link>
	<description>ทุกอย่างอ่านได้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 May 2010 07:22:04 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ภาพบรรยากาศบางส่วนจากงาน</title>
		<link>http://readcamp.org/2010/03/photos-from-readcamp/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2010/03/photos-from-readcamp/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Mar 2010 08:07:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pittaya</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://readcamp.org/?p=424</guid>
		<description><![CDATA[บรรยากาศบางส่วนจากงาน ReadCamp ครั้งที่สอง ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันอาทิตย์นี้

ภาพถ่าย ใช้สัญญาอนุญาตแบบ cc-by โดย @pittaya
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>บรรยากาศบางส่วนจากงาน ReadCamp ครั้งที่สอง ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อวันอาทิตย์นี้</p>
<p><object width="550" height="413"><param name="flashvars" value="offsite=true&#038;lang=en-us&#038;page_show_url=%2Fphotos%2Fpittaya%2Fsets%2F72157623576124732%2Fshow%2F&#038;page_show_back_url=%2Fphotos%2Fpittaya%2Fsets%2F72157623576124732%2F&#038;set_id=72157623576124732&#038;jump_to="></param><param name="movie" value="http://www.flickr.com/apps/slideshow/show.swf?v=71649"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><embed type="application/x-shockwave-flash" src="http://www.flickr.com/apps/slideshow/show.swf?v=71649" allowFullScreen="true" flashvars="offsite=true&#038;lang=en-us&#038;page_show_url=%2Fphotos%2Fpittaya%2Fsets%2F72157623576124732%2Fshow%2F&#038;page_show_back_url=%2Fphotos%2Fpittaya%2Fsets%2F72157623576124732%2F&#038;set_id=72157623576124732&#038;jump_to=" width="550" height="413"></embed></object></p>
<p>ภาพถ่าย ใช้สัญญาอนุญาตแบบ cc-by โดย <a href="http://flickr.com/photos/pittaya">@pittaya</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2010/03/photos-from-readcamp/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คุยเรื่อง ReadCamp, บล็อกถึง ReadCamp</title>
		<link>http://readcamp.org/2010/03/lets-talk-about-readcamp/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2010/03/lets-talk-about-readcamp/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 03:08:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ReadCamp]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://readcamp.org/?p=415</guid>
		<description><![CDATA[เหมือนกับงานบาร์แคมป์, รี้ดแคมป์ก็จะคุยกันทั้งในออฟไลน์และออนไลน์
เขียนถึงหัวข้อที่คุณสนใจ อยากอ่าน อยากหาคนอ่านด้วย อยากให้มีคนอ่าน ในบล็อก ในทวิตเตอร์ ใน social network ต่าง ๆ &#8211; ชวนคนมาอ่านด้วยกัน พูดถึงว่าทำไมคุณถึงสนใจจะอ่าน หรือคิดว่างานนี้จะเป็นยังไง&#8230;
คุยกันออนไลน์ก่อนไปเจอกัน แล้วพอเจอกันออฟไลน์เสร็จ เรามาคุยกันต่อออนไลน์อีกที   (จริง ๆ ระหว่างที่เราเจอกันออฟไลน์ หลายคนก็คงออนไลน์ไปพร้อม ๆ กันในตัวด้วย &#8211; ทวิต ทวิต)
เนื่องจากบล็อกมันมีเยอะแยะมาก เพื่อให้หากันเจอง่าย ๆ ขอแนะนำวิธี &#8216;ทิ้งร่องรอย&#8217; เอาไว้ให้ค้นเจอกัน

ในบล็อก ติดป้าย readcamp
ในทวิตเตอร์ ติด hashtag #readcamp
ใน Facebook แท็กถึงหน้าแฟนเพจของ ReadCamp (ในช่องพิมพ์ข้อความที่ wall, พิมพ์ @ ตามด้วย readcamp แล้วเลือก &#8220;ReadCamp&#8221; จากรายการ &#8211; ต้องเคยเข้าหน้าแฟนเพจก่อน ถึงจะมีให้เลือก)

แล้วเจอกันนะ  
(มีคนถามมาว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เหมือนกับงาน<a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%8C">บาร์แคมป์</a>, รี้ดแคมป์ก็จะคุยกันทั้งในออฟไลน์และออนไลน์</p>
<p>เขียนถึง<a href="http://pigtheday.wordpress.com/2010/03/03/pre-readcamp-2/">หัวข้อที่คุณสนใจ</a> อยากอ่าน อยากหาคนอ่านด้วย อยากให้มีคนอ่าน ในบล็อก ในทวิตเตอร์ ใน social network ต่าง ๆ &#8211; ชวนคนมาอ่านด้วยกัน พูดถึงว่าทำไมคุณถึงสนใจจะอ่าน หรือคิดว่างานนี้จะเป็นยังไง&#8230;</p>
<p><strong>คุยกันออนไลน์ก่อนไปเจอกัน แล้วพอเจอกันออฟไลน์เสร็จ เรามาคุยกันต่อออนไลน์อีกที <img src='http://readcamp.org/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </strong> (จริง ๆ ระหว่างที่เราเจอกันออฟไลน์ หลายคนก็คงออนไลน์ไปพร้อม ๆ กันในตัวด้วย &#8211; ทวิต ทวิต)</p>
<p>เนื่องจากบล็อกมันมีเยอะแยะมาก เพื่อให้หากันเจอง่าย ๆ ขอแนะนำวิธี &#8216;ทิ้งร่องรอย&#8217; เอาไว้ให้ค้นเจอกัน</p>
<ul>
<li>ในบล็อก ติดป้าย <em><a href="http://blogsearch.google.com/blogsearch?as_q=readcamp&amp;lr=lang_th&amp;safe=off">readcamp</a></em></li>
<li>ในทวิตเตอร์ ติด hashtag <em><a href="http://search.twitter.com/search?q=%23readcamp">#readcamp</a></em></li>
<li>ใน Facebook แท็กถึงหน้าแฟนเพจของ <em><a href="http://www.facebook.com/ReadCamp">ReadCamp</a></em> (ในช่องพิมพ์ข้อความที่ wall, พิมพ์ @ ตามด้วย readcamp แล้วเลือก &#8220;ReadCamp&#8221; จากรายการ &#8211; ต้องเคยเข้าหน้าแฟนเพจก่อน ถึงจะมีให้เลือก)</li>
</ul>
<p>แล้วเจอกันนะ <img src='http://readcamp.org/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>(มีคนถามมาว่า อยู่ไม่ได้ทั้งวัน เป็นไรไหม ไม่เป็นไรแน่นอน เพราะในงานจะซอยเวลาเป็นช่วงย่อย ๆ อยู่แล้ว สำหรับแต่ละเรื่องแต่ละกลุ่ม ใครอยากเข้าห้องไหนเวลาไหน เดินเข้าเดินออก ได้ตามสบายเลย)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2010/03/lets-talk-about-readcamp/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไป &#8220;อ่าน&#8221; อะไร?</title>
		<link>http://readcamp.org/2009/10/read-what/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2009/10/read-what/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Oct 2009 08:41:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[carbumper]]></category>
		<category><![CDATA[graphics]]></category>
		<category><![CDATA[ReadCamp]]></category>
		<category><![CDATA[stickers]]></category>
		<category><![CDATA[youtube]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://readcamp.org/?p=375</guid>
		<description><![CDATA[รู้จัก รี้ดแคมป์ ไป(บ้้างแบบมั่วๆ)แล้ว &#8230; แล้วเค้าไป &#8216;อ่าน&#8217; อะไรกันมั่ง ครั้งที่แล้ว .. ฟังนายคนนี้เล่า

ดูคลิปอื่น ๆ ได้จากช่อง youtube.com/ReadCampTV
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รู้จัก รี้ดแคมป์ ไป(บ้้างแบบมั่วๆ)แล้ว &#8230; แล้วเค้า<a href="http://www.youtube.com/watch?v=i9ZthCbWIAk">ไป &#8216;อ่าน&#8217; อะไรกันมั่ง</a> ครั้งที่แล้ว .. ฟังนายคนนี้เล่า</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="560" height="340" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/i9ZthCbWIAk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="340" src="http://www.youtube.com/v/i9ZthCbWIAk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>ดูคลิปอื่น ๆ ได้จากช่อง <a href="http://www.youtube.com/ReadCampTV">youtube.com/ReadCampTV</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2009/10/read-what/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โลโก้ ReadCamp และขบวนการวัฒนธรรมเสรี</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/12/readcamp-logo-free-culture/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/12/readcamp-logo-free-culture/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Dec 2008 15:47:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[copyright]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Commons]]></category>
		<category><![CDATA[logo]]></category>
		<category><![CDATA[ReadCamp]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=286</guid>
		<description><![CDATA[ในที่สุดก็มีคนวงกว้างออกไปทักเรื่องโลโก้รี้ดแคมป์ ในประเด็นลิขสิทธิ์ ที่เชื่อมถึงเรื่องคอมมอนส์ .. เย่  
ตอบในฐานะผู้ออกแบบโลโก้นะครับ
เรื่องลิขสิทธิ์นี้มีคนถามกันมาตลอด ตั้งแต่โลโก้ยังเห็นกันอยู่แค่สองคน ระหว่างการออกแบบ พอเมลไปขอความเห็นคนอื่น ๆ ว่าพอใช้ได้ไหม ก็มีทักเรื่องลิขสิทธิ์เช่นกัน
แต่ผมก็ยังยืนจะเอาอันนี้แหละ จะมีปรับก็แค่เรื่องช่องไฟนิด ๆ หน่อย ๆ แต่แนวคิดหลักคงเดิม ไม่ได้เปลี่ยน
พอเผยแพร่ออกไป ก็มีคนทักอีกเหมือนเคย จนในวันงานก็มีพี่คนนึงจากกองทุนไทยมาทัก และชวนคุยเรื่องนี้กัน ก็คุยกันอยู่ได้น่าจะครึ่งชั่วโมง ซึ่งที่คุยไปก็คล้าย ๆ กับที่เขียนลงในบล็อกนี้ครับ เดี๋ยวอ่านกันด้านล่าง พี่เขาเสนอให้เปิดเซสชันเรื่องนี้ด้วย (เอาป้ายบอกทางที่มีโลโก้รี้ดแคมป์ มาวงที่โลโก้ เขียนว่า &#8220;Is this freeware?&#8221; แปะที่ผนังเสนอหัวข้อ) แต่สุดท้ายได้คะแนนโหวตไม่ถึง เลยไม่ได้ถูกจัดลงตาราง ผมเองก็อยากจะคุยเหมือนกัน ตอนหลังเลยเอาไปแปะไว้ห้องสองต่อจากหัวข้อสุดท้ายในตาราง แต่ก็วิ่งไปวิ่งมา จนงานเลิกพอดี เป็นอันว่าไม่ได้คุย
วันอาทิตย์วันรุ่งขึ้น ตื่นมา ก็เลยจะเขียนบล็อกแทน เปิดคอนโทรลพาเนลของเวิร์ดเพรส ก็เห็นลิงก์เข้ามาจากบล็อกคุณ mnop พอดี
ในเมลกลุ่มรี้ดแคมป์ Ford ก็แจ้งมาว่ามีคนทักนะ
โอเค มีคนรับประเด็นแล้ว เรามาคุยกัน
&#8230;

ในโลโก้นี้มีความประสงค์อยู่หลายอย่าง (บางอันก็กึ่ง ๆ วาระซ่อนเร้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในที่สุดก็มีคนวงกว้างออกไปทักเรื่องโลโก้รี้ดแคมป์ ในประเด็นลิขสิทธิ์ ที่เชื่อมถึงเรื่องคอมมอนส์ .. เย่ <img src='http://readcamp.org/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p>ตอบในฐานะผู้ออกแบบโลโก้นะครับ</p>
<p>เรื่องลิขสิทธิ์นี้มีคนถามกันมาตลอด ตั้งแต่โลโก้ยังเห็นกันอยู่แค่สองคน ระหว่างการออกแบบ พอเมลไปขอความเห็นคนอื่น ๆ ว่าพอใช้ได้ไหม ก็มีทักเรื่องลิขสิทธิ์เช่นกัน</p>
<p>แต่ผมก็ยังยืนจะเอาอันนี้แหละ จะมีปรับก็แค่เรื่องช่องไฟนิด ๆ หน่อย ๆ แต่แนวคิดหลักคงเดิม ไม่ได้เปลี่ยน</p>
<p>พอเผยแพร่ออกไป ก็มีคนทักอีกเหมือนเคย จนในวันงานก็มีพี่คนนึงจากกองทุนไทยมาทัก และชวนคุยเรื่องนี้กัน ก็คุยกันอยู่ได้น่าจะครึ่งชั่วโมง ซึ่งที่คุยไปก็คล้าย ๆ กับที่เขียนลงในบล็อกนี้ครับ เดี๋ยวอ่านกันด้านล่าง พี่เขาเสนอให้เปิดเซสชันเรื่องนี้ด้วย (เอาป้ายบอกทางที่มีโลโก้รี้ดแคมป์ มาวงที่โลโก้ เขียนว่า &ldquo;Is this freeware?&rdquo; แปะที่ผนังเสนอหัวข้อ) แต่สุดท้ายได้คะแนนโหวตไม่ถึง เลยไม่ได้ถูกจัดลงตาราง ผมเองก็อยากจะคุยเหมือนกัน ตอนหลังเลยเอาไปแปะไว้ห้องสองต่อจากหัวข้อสุดท้ายในตาราง แต่ก็วิ่งไปวิ่งมา จนงานเลิกพอดี เป็นอันว่าไม่ได้คุย</p>
<p>วันอาทิตย์วันรุ่งขึ้น ตื่นมา ก็เลยจะเขียนบล็อกแทน เปิดคอนโทรลพาเนลของเวิร์ดเพรส ก็เห็นลิงก์เข้ามาจาก<a href="http://itshee.exteen.com/20081130/readcamp" title="itshee">บล็อกคุณ mnop</a> พอดี<br />
ในเมลกลุ่มรี้ดแคมป์ <a href="http://groups.google.com/group/readcamp/browse_thread/thread/ef616edd3f6647ab">Ford ก็แจ้งมา</a>ว่ามีคนทักนะ</p>
<p>โอเค มีคนรับประเด็นแล้ว เรามาคุยกัน</p>
<p>&#8230;</p>
<p><span id="more-286"></span></p>
<p>ในโลโก้นี้มีความประสงค์อยู่หลายอย่าง (บางอันก็กึ่ง ๆ วาระซ่อนเร้น ไม่ได้บอกคนอื่นก่อน :p)</p>
<p>อันแรกก็คือ ชวนดูว่าข้างในมันมีอะไร มันล้ออะไรอยู่บ้าง แล้วทำไมเราเห็นถึงมัน แล้วบางคนอาจจะไม่เห็น (ใครไม่เคยเห็นโลโก้พิซซ่าฮัทมาก่อน ก็คงไม่นึกถึง หรือในเรื่องเจ้าชายน้อยเอง ก็ยังมีคนเห็นไม่เหมือนกัน) อันนี้ก็ตามแนวคิดของงาน ของแต่ละอย่างอ่านได้หลายแบบ แล้วแต่คนอ่าน อำนาจอยู่ที่คนอ่าน-ด้วย</p>
<p>อันสองก็คือแนวคิด rip/read mix burn<sup>*</sup> ต่อจาก read แล้ว คุณ mix ดัดแปลงมันออกมาเป็นงานใหม่ได้ไหม สร้างเป็นของใหม่ที่อยู่บนฐานเก่า อันนี้เป็นฐานคิดของคอมมอนส์ที่อยู่บนเรื่องของทรัพย์สินร่วมกัน และการสร้างสรรค์งานดัดแปลง derivatives ตัวโลโก้ก็จะสื่อถึงว่า นี่ไง งานดัดแปลง อยู่บนฐานของความคิดคนอื่น ออกมาเป็นงานใหม่ (ซึ่งตัวมันเองก็จะถูกดัดแปลงต่อไปอีก เช่นที่ <a href="http://pradt.net/readcamp" title="โลโก้รี้ดแคมป์และเป็ดน้อย">PRADT</a> ทำ)</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ครีเอทีฟคอมมอนส์ ไม่ได้สนับสนุนให้ละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถึงอย่างไรกลไกของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ก็ต้องทำงานอยู่บนกฎหมายลิขสิทธิ์ และภาพประกอบของเจ้าชายน้อยยังเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์อยู่</p>
<p>จึงนำไปสู่ประสงค์ที่สาม ที่เป็นการเคลื่อนไหวที่อยู่นอกกรอบของครีเอทีฟคอมมอนส์ที่เป็นสัญญาอนุญาต แต่อยู่ในเป้าหมายของขบวนการวัฒนธรรมเสรี Free Culture movement คือ ท้าทายระบบกฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบันที่คุ้มครองผลงานกว้างและยาวจนเกินพอดี</p>
<p>ในกรณีนี้ การท้าทายคือการจงใจนำงานอันมีลิขสิทธิ์ มาดัดแปลงเป็นงานใหม่ ว่าง่าย ๆ คือ <strong>จงใจทำผิดกฎหมาย</strong> และจะ<strong>ยอมเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย</strong> เพื่อนำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อ <strong>เปลี่ยนแปลงกฎหมาย</strong> ต่อไป &#8211; ดังเช่นที่ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Rosa_Parks" title="โรซา พาร์กส">Rosa Parks</a> หญิงผิวสี เคยทำ<strong>ผิดกฎหมาย</strong> ปฏิเสธคำสั่งของคนขับรถเมล์ ที่สั่งให้เธอลุกให้คนผิวขาวนั่ง เมื่อ ค.ศ. 1955 เธอถูกดำเนินคดี และเหตุการณ์นี้จุดประกายการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมือง และนำไปสู่การแก้ไขกฎหมายที่ละเมิดสิทธิพลเมือง (หรือถ้าเกิดกลายเป็นว่า การแก้ไขดัดแปลงนำมาใช้เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย นี่ก็จะเป็นการทดสอบลิมิตขีดจำกัด ว่าเส้นกฎหมายจำกัดถึงแค่ไหน เพื่อสร้างความชัดเจน และไม่ตกอยู่ในความคลุมเครือ-กลัว)</p>
<p>แน่นอนว่าการทำผิดกฎหมาย ย่อมได้รับการต่อต้านหรือไม่เห็นด้วย แม้จากแนวคิดผู้ที่สนับสนุนแนวคิดครีเอทีฟคอมมอนส์</p>
<p>จึงนำไปสู่คำถามที่สี่ &#8211; คำถามพิเศษเพื่อทบทวนตัวเองต่อผู้สนับสนุนสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แต่ยังลังเลกับขบวนการวัฒนธรรมเสรี &#8211; คือ หากเราเห็นว่าไม่ควรนำงานในเจ้าชายน้อยมาใช้ในรูปแบบใด ๆ เลย ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนแล้วก็ตาม จะด้วยความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผูกพันรักชอบหรืออะไรก็แล้วแต่ <strong>หากใช้มาตรฐานเดียวกันนี้ กับกรณีดิสนีย์ ขบวนการวัฒนธรรมเสรีที่นำมาสู่ครีเอทีฟคอมมอนส์จะไม่เกิดขึ้นเลย</strong></p>
<p>กรณีการ &lsquo;abuse&rsquo; บิดเบือนเจตนารมณ์กฎหมายลิขสิทธิ์ ด้วยการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเวลาคุ้มครองลิขสิทธิ์ของตัวออกไปเรื่อย ๆ ของดิสนีย์และบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่หลายแห่ง นำมาสู่การต่อต้านและพัฒนาเป็นขบวนการวัฒนธรรมเสรี<br />
ต้นกำเนิดของสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ (เป็นเรื่องโจ๊กเสียดสี ที่มีมูลความจริง ว่า กฎหมายลิขสิทธิ์สหรัฐจะถูกแก้ไขเพื่อขยายเวลาคุ้มครองทุก ๆ ครั้งที่<a href="http://www.mickeynews.com/News/PrintStory.asp_Q_id_E_1084Copyright_A_cat_E_DC" title="Copyright and the Mouse: How Disney's Mickey Mouse Changed the World">การคุ้มครองตัวละครมิกกี้เมาส์</a>ใกล้จะหมดอายุ จนกฎหมายขยายเวลาดังกล่าว มีชื่อเล่นว่า <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Copyright_Term_Extension_Act">Mickey Mouse Protection Act</a>)</p>
<p>คำถามที่สี่นี้ เป็นคำถามที่เตือนหรือตั้งคำถามว่า ครีเอทีฟคอมมอนส์จะดำเนินไปได้โดยไม่สนใจวัฒนธรรมเสรีอันเป็นรากของตัวหรือไม่ ? ถ้าได้ ไม่สนใจ แล้วครีเอทีฟคอมมอนส์จะเดินทางไปสู่อะไร ? สุดท้ายแล้วอะไรคือเป้าหมายของครีเอทีฟคอมมอนส์ ?</p>
<p>โดยภาพรวมของแนวคิดวัฒนธรรมเสรี Free Culture ก็คือ การปกป้องระบบนิเวศของการสร้างสรรค์เอาไว้ ด้วยการปกป้องผู้สร้างสรรค์อย่างพอดี ๆ ไม่น้อยเกินไปจนคนไม่อยากสร้างสรรค์อะไร แต่ก็ไม่มากเกินไปจนเสมือนไม่มีที่สิ้นสุด (ทั้งในแง่เวลาและแง่ความครอบคลุม) จนไปจำกัดการสร้างสรรค์ของคนใหม่ ๆ หรือทำให้เจ้าของงานเก่า ๆ รู้สึกว่าไม่ต้องสร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ อีกแล้ว</p>
<p>ในเรื่องการจำกัดความครอบคลุมของการคุ้มครอง นำมาสู่แนวคิด &ldquo;สงวนสิทธิ์บางประการ&rdquo; some rights reserved แทนที่จะเป็น &ldquo;สงวนสิทธิ์ทั้งหมด&rdquo; all rights reserved</p>
<p>ซึ่งการสงวนสิทธิ์ประการนี้ จะคุ้มครองสิทธิ์อันพึงมีพึงได้ของผู้สร้างสรรค์เอาไว้ ในขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้ผู้อื่น ๆ นำงานดังกล่าวไปใช้ไปแก้ไขดัดแปลงต่อเติมเป็นงานใหม่ได้ในทางปฏิบัติ (คือนำไปใช้ได้เลยโดยไม่ต้องขออนุญาต เพราะการขออนุญาตนั้นมีราคาโสหุ้ย overhead ที่อาจจะไม่สามารถจ่ายได้ไหว ทั้งในรูปของเงินหรือเวลา เช่นกรณีศึกษาที่พบว่า การทำหนังเรื่องหนึ่งอาจมีต้นทุนทางกฎหมายและการดำเนินการขออนุญาตต่าง ๆ ถึงกึ่งหนึ่งของต้นทุนสร้างหนังทั้งหมด)</p>
<p>แนวคิดการสงวนสิทธิ์บางประการนี้ นำมาสู่สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ที่ใช้ความสมัครใจเข้าร่วม ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่จะให้แนวคิดสงวนสิทธิ์บางประการดังกล่าวมีตำแหน่ง fit in สวมอยู่ในระบบกฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบัน และใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม รูปแบบการนำแนวคิดสงวนสิทธิ์บางประการให้เป็นความจริงได้นั้น <strong>ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์เท่านั้น</strong> ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่จะทำให้มันเป็นความจริงได้</p>
<p>พูดอย่างสรุป คือ</p>
<p>สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ จะเป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ ด้วยการผลักดันให้งานเกิดใหม่มาใช้สัญญาอนุญาตแบบนี้ พร้อมชักชวนให้งานเก่า ๆ เปลี่ยนมาด้วย ตามความสมัครใจ &#8211; <em>ซึ่งทั้งหมดยังอยู่ในระบบลิขสิทธิ์เดิม-ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวกฎหมายตัวระบบ</em>  คือโลกเดิมมันแย่แล้ว สร้างโลกใหม่ละกัน แล้วของเก่า ๆ ก็ค่อย ๆ อพยพ migrate มาเท่าที่จะทำได้<br />
แบบนี้ก็เนียน ๆ หน่อยค่อยเป็นค่อยไป &#8211; เป็นวิวัฒนาการ evolution</p>
<p>ส่วนเป้าสูงสุดของขบวนการเคลื่อนไหววัฒนธรรมเสรีนั้น จะท้าทายระบบเดิม เพื่อนำไปสู่ระบบใหม่ ที่เชื่อว่าเป็นธรรมกับทุกฝ่ายกว่าเดิม คือจะเปลี่ยนโลกเดิมทั้งใบให้เป็นโลกใหม่เลย แบบนี้ก็รุนแรงหน่อย (และเป็นธรรมดาที่จะได้รับการต่อต้านมากหน่อย) &#8211; เป็นการปฏิวัติ revolution</p>
<blockquote cite="http://blogazine.prachatai.com/user/iskra/post/1018">
<p>“นักปฏิวัติท้ายที่สุดแล้วจะเป็นนักปฏิรูปที่ขยันที่สุด ก้าวหน้าที่สุด<br />
ในทางตรงข้าม นักปฏิรูปหากทำการปฏิรูปเพียงลำพังโดยปราศจากเป้าในการปฏิวัติ<br />
ก็จะเป็นผู้รักษาระบบแห่งการกดขี่ที่ขยันที่สุด อย่างขันแข็งที่สุดเช่นกัน”</p>
<p>— <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Rosa_Luxemburg">โรซา ลุกเซมบวร์ก</a>, นักทฤษฎีมาร์กซิสม์และนักปรัชญาสังคมชาวยิวเยอรมันเชื้อสายโปแลนด์ (สำนวนแปลโดย <a href="http://blogazine.prachatai.com/user/iskra/post/1018" title="เราจะไปข้างไหนดี">กลุ่มประกายไฟ</a>)</p>
</blockquote>
<p><strong>หมายเหตุ :</strong> แม้ตัวผมเองนั้นได้ไปช่วยงานทาง<a href="http://cc.in.th/" title="Creative Commons Thailand">กลุ่มทำงานครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย</a>ด้วย แต่การทำโลโก้และจุดประสงค์ที่จะก่อให้เกิดประเด็นถกเถียง-ทบทวน จากประเด็นโลโก้นี้ ไม่ได้สอบถามทางกลุ่มครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยมาก่อนครับ</p>
<p><sup>*</sup> คำว่า <em>&ldquo;Read Mix Burn&rdquo;</em> นี้ ที่เคยเกริ่น ๆ กับทีมงานไว้ในเมลฉบับหนึ่งช่วงเตรียมงาน (ช่วงคุยเรื่องชื่องาน) ว่าอยากให้งานมันเป็นซีรีส์ต่อเนื่อง : <strong>Read</strong> ก็ตามรี้ดแคมป์นี้ อ่าน วิพากษ์ ตีความ <strong>Mix</strong> คือเอางานมาผสมเล่าใหม่ในสื่อแบบต่าง ๆ <strong>Burn</strong> จะเป็นประเด็นสิ่งที่คนไม่อยากให้อ่าน หนังสือต้องห้าม หนังโดนแบน เว็บโดนบล็อค &#8211; Read Mix Burn นี้ ล้อสโลแกนในโฆษณา iPod+iTunes ของ Apple ที่ว่า Rip Mix Burn</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/12/readcamp-logo-free-culture/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>lerrutai : ฉลากอาหาร</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/food-label/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/food-label/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 22:13:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาก]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[ของรอบ ๆ ตัวที่ผ่านตาทุกวัน จนลืมมอง ก็มีเรื่องน่าสนใจอยู่
บล็อกสั้น ๆ ตั้งข้อสังเกตเรื่องสัญลักษณ์บนฉลากสินค้าอาหารการกิน โดย lerrutai
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ของรอบ ๆ ตัวที่ผ่านตาทุกวัน จนลืมมอง ก็มีเรื่องน่าสนใจอยู่</p>
<p>บล็อกสั้น ๆ ตั้งข้อสังเกตเรื่อง<a href="http://lerrutai.blogspot.com/2007/11/food.html" title="food">สัญลักษณ์บนฉลากสินค้าอาหารการกิน</a> โดย lerrutai</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/food-label/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>phisite : มองโลโก้ ReadCamp เห็นอะไร ?</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/readcamp-logo-2/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/readcamp-logo-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 17:10:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[logo]]></category>
		<category><![CDATA[ReadCamp]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=270</guid>
		<description><![CDATA[@phisite ลองอ่านโลโก้ ReadCamp สนุก ๆ
 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://twitter.com/phisite">@phisite</a> <a href="http://video.google.com/videoplay?docid=-1395671141946525156">ลองอ่าน</a>โลโก้ ReadCamp สนุก ๆ</p>
<p><embed id="VideoPlayback" src="http://video.google.com/googleplayer.swf?docid=-1395671141946525156&#038;hl=en&#038;fs=true" style="width:400px;height:326px" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="always" type="application/x-shockwave-flash"> </embed></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/readcamp-logo-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อิท : ชวนไปอ่าน</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/lets-read/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/lets-read/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 21 Nov 2008 17:00:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[แผนผัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=266</guid>
		<description><![CDATA[มิตรรักนักอ่าน เคยลองวาดแผนผังการอ่านแบบนี้ไหม
คุณอิท นักอ่านแห่งบล็อก ByTheWay จะมาอ่านกับเราในรี้ดแคมป์ด้วย   (เขาเขียนบล็อกชวนเพื่อน ๆ ด้วย &#8211; &#8216;สุ จิ ปุ ลิ&#8217;)
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มิตรรักนักอ่าน เคยลองวาด<a href="http://ittirit.wordpress.com/2008/11/07/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88/" title="จากหนังสือเล่มหนึ่งสู่หนังสืออีกเล่มหนึ่ง">แผนผังการอ่านแบบนี้</a>ไหม</p>
<p>คุณอิท นักอ่านแห่งบล็อก <a href="http://ittirit.wordpress.com/" title="ittirit.wordpress.com">ByTheWay</a> จะมาอ่านกับเราในรี้ดแคมป์ด้วย <img src='http://readcamp.org/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' />  (<a href="http://ittirit.wordpress.com/2008/11/21/%e0%b9%84%e0%b8%9b-%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-read-camp/">เขาเขียนบล็อกชวนเพื่อน ๆ ด้วย &#8211; &#8216;สุ จิ ปุ ลิ&#8217;</a>)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/lets-read/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทราสเฟียร์ : เมื่อ ซุนยัตเซ็น และ วิกเตอร์ อูโก เป็นนักบุญ</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/cao-da/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/cao-da/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2008 19:25:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Cao Dai]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสนา]]></category>
		<category><![CDATA[เวียดนาม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=234</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อดร.ซุนยัตเซ็นและวิกเตอร์ อูโกเป็นนักบุญ นี่คือศาสนาแบบที่เราคุ้นเคยรึเปล่า ? &#8230; หรือเราจะไม่เรียกลัทธิความเชื่อนี้ว่าศาสนา เพียงเพราะเราไม่คุ้นเคยกับมัน ? &#8216;เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์&#8217; บล็อกเกอร์ผู้ &#8216;จักเป็นศัตรูกับการพิสูจน์เทียมเท็จตลอดกาล&#8217; บล็อกถึงศาสนา &#8216;จ๋าว ได่&#8217;
&#8211;
เมื่อดร.ซุนยัตเซ็นและวิกเตอร์ อูโกเป็นนักบุญ
WARNING !!! เนื้อหาต่อไปนี้พาดพิงศาสนาและความเชื่อหลายศาสนา ขอให้อ่านด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณ
หากรู้สึกว่าล่วงเกินหรือละเมิดศรัทธาความเชื่อใด ๆ ขอให้ปิดหน้าจอนี้ แต่ความจริงก็ยังมีอยู่
สงครามศาสนา?
พระเจ้าเลือกศาสดาพระองค์เดียว?
มีเทพหรือไม่มี?
คนจะตีกันตายเพราะคำถามเหล่านี้มาก็มาก ลองดูว่าถ้าเอาความเชื่อทางศาสนาต่าง ๆ มารวมกันแล้วเราจะได้อะไรออกมา
ศาสนาหนึ่งในเวียตนามประมวลคำสอนของศาสนาหลัก ๆ ในโลกนี้เพื่อสร้างสันติสุข ความรัก และความเข้าใจระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า
ด้วยการนำแนวคิดและคัมภีร์ของศาสนาอื่น ๆ มาผสมผสานกัน
จนออกมาเป็น ศาสนา Cao Dai จ๋าว ได่

สัญลักษณ์ดวงตาพระเนตรสอดส่องของศาสนาจ๋าวได่

จ๋าวได่ มาจากไหน?
นักปรัชญาชาวเวียตนาม 4 คนช่วงทศวรรษ 1920
ได้ศึกษาหลักธรรมของศาสนาหลักในเวียตนาม ซึ่งได้แก่ ขงจื๊อ เต๋า
พุทธมหายาน และคริสต์คาธอลิก แล้วประมวลหลักความเชื่อมาประกาศว่า
ตนเองพบความจริงของโลกผ่านการไขแสดงของพระเจ้า
จ๋าวได่ (เจ้าผู้เป็นใหญ่สูงสุด) แล้วเผยแผ่เป็นศาสนาในปี 1926
จ๋าวได่ เชื่ออะไร?
คัมภีร์จ๋าวได่ทั้งสามสั่งสอนว่า ก่อนที่พระผู้เป็นเจ้าจะบังเกิด มีเต๋าดำรงอยู่
เต๋าบันดาลให้เกิดบิ๊กแบง หลังจากบิ๊กแบงจบพระเจ้าจึงบังเกิด
พระเจ้าทรงสร้างหยินและหยาง และทรงสร้างโลกและจักรวาล
จากนั้นพระเจ้าแบ่งพระกายเป็นภาคชายครองหยางและหญิงครองหยิน
ภาคชายของพระเจ้าคือพระเจ้าของศาสนาอับราฮัม(ยูดาย คริสต์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://terasphere.exteen.com/20081115/entry">เมื่อดร.ซุนยัตเซ็นและวิกเตอร์ อูโกเป็นนักบุญ</a> นี่คือศาสนาแบบที่เราคุ้นเคยรึเปล่า ? &#8230; หรือเราจะไม่เรียกลัทธิความเชื่อนี้ว่าศาสนา เพียงเพราะเราไม่คุ้นเคยกับมัน ? &#8216;เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์&#8217; บล็อกเกอร์ผู้ &#8216;จักเป็นศัตรูกับการพิสูจน์เทียมเท็จตลอดกาล&#8217; บล็อกถึงศาสนา <em>&#8216;จ๋าว ได่&#8217;</em><br />
&#8211;</p>
<h3>เมื่อดร.ซุนยัตเซ็นและวิกเตอร์ อูโกเป็นนักบุญ</h3>
<p><em><strong>WARNING !!!</strong> เนื้อหาต่อไปนี้พาดพิงศาสนาและความเชื่อหลายศาสนา ขอให้อ่านด้วยความระมัดระวังและใช้วิจารณญาณ<br />
หากรู้สึกว่าล่วงเกินหรือละเมิดศรัทธาความเชื่อใด ๆ ขอให้ปิดหน้าจอนี้ แต่ความจริงก็ยังมีอยู่</em></p>
<p>สงครามศาสนา?<br />
พระเจ้าเลือกศาสดาพระองค์เดียว?<br />
มีเทพหรือไม่มี?<br />
คนจะตีกันตายเพราะคำถามเหล่านี้มาก็มาก ลองดูว่าถ้าเอาความเชื่อทางศาสนาต่าง ๆ มารวมกันแล้วเราจะได้อะไรออกมา</p>
<p>ศาสนาหนึ่งในเวียตนามประมวลคำสอนของศาสนาหลัก ๆ ในโลกนี้เพื่อสร้างสันติสุข ความรัก และความเข้าใจระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า<br />
ด้วยการนำแนวคิดและคัมภีร์ของศาสนาอื่น ๆ มาผสมผสานกัน<br />
จนออกมาเป็น ศาสนา <strong>Cao Dai จ๋าว ได่</strong></p>
<p><img src="http://terasphere.exteen.com/images/documentary/thieng_nhan.jpg" alt="สัญลักษณ์ดวงตาพระเนตรสอดส่องของศาสนาจ๋าวได่" title="สัญลักษณ์ดวงตาพระเนตรสอดส่องของศาสนาจ๋าวได่" /><br />
สัญลักษณ์ดวงตาพระเนตรสอดส่องของศาสนาจ๋าวได่<br />
<span id="more-234"></span><br />
<strong>จ๋าวได่ มาจากไหน?</strong><br />
นักปรัชญาชาวเวียตนาม 4 คนช่วงทศวรรษ 1920<br />
ได้ศึกษาหลักธรรมของศาสนาหลักในเวียตนาม ซึ่งได้แก่ ขงจื๊อ เต๋า<br />
พุทธมหายาน และคริสต์คาธอลิก แล้วประมวลหลักความเชื่อมาประกาศว่า<br />
ตนเองพบความจริงของโลกผ่านการไขแสดงของพระเจ้า<br />
จ๋าวได่ (เจ้าผู้เป็นใหญ่สูงสุด) แล้วเผยแผ่เป็นศาสนาในปี 1926</p>
<p><strong>จ๋าวได่ เชื่ออะไร?</strong><br />
คัมภีร์จ๋าวได่ทั้งสามสั่งสอนว่า ก่อนที่พระผู้เป็นเจ้าจะบังเกิด มีเต๋าดำรงอยู่<br />
เต๋าบันดาลให้เกิดบิ๊กแบง หลังจากบิ๊กแบงจบพระเจ้าจึงบังเกิด<br />
พระเจ้าทรงสร้างหยินและหยาง และทรงสร้างโลกและจักรวาล<br />
จากนั้นพระเจ้าแบ่งพระกายเป็นภาคชายครองหยางและหญิงครองหยิน<br />
ภาคชายของพระเจ้าคือพระเจ้าของศาสนาอับราฮัม(ยูดาย คริสต์ อิสลาม)<br />
ร่างหญิงของพระเจ้าคือพระโพธิสัตว์ที่จะจำแลงพระองค์ลงมาเป็นพระพุทธเจ้าตาม<br />
ยุคต่าง ๆ</p>
<p><img src="http://terasphere.exteen.com/images/documentary/caodai.jpg" alt="หนังสือคำสอนจ๋าวได่" title="หนังสือคำสอนจ๋าวได่" /><br />
หนังสือคำสอนจ๋าวได่</p>
<p><strong>หลักปฏิบัติของจ๋าวได่เป็นอย่างไร?</span><br />
จ๋าวได่ ถือหลักปฏิบัติของขงจื๊อ เต๋า พุทธ และคริสต์ โดยแบ่งออกเป็นหลักสามอย่างคือ</p>
<p><strong>1. หลักพุทธะ</strong> เป็นหลักที่จะนำไปสู่การหลุดพ้นจากวัฏสงสารคืนสู่สภาวะเต๋า (งงป่าว)</p>
<p><strong>2. หลักปราชญะ</strong> เป็นหลักของศาสดาองค์ต่าง ๆ คือ ขงจื๊อ เล่าจื๊อ พระคริสต์<br />
โดยให้สาวกนับถือบรรพบุรุษและนับถืออาวุโสแบบขงจื๊อ<br />
ละทิ้งฐานันดรยศและทรัพย์สินแบบเล่าจื๊อ<br />
และให้ความรักความเมตตาแก่ทุกคนแบบพระคริสต์</p>
<p><strong>3. หลักนักบุญ</strong> เป็นหลักปรัชญาและการดำรงชีวิตของนักบุญประจำศาสนา 3 องค์ อันได้แก่<br />
- ดร.ซุนยัตเซ็น นักปฏิวัติล้มระบอบจักรพรรดิของจีนในการปฏิวัติซินไห่<br />
แนวคิดหลักคือซานหมินจูอี้ (ลัทธิไตรราษฎร์) ที่สนับสนุนชาตินิยม สังคมนิยม และประชาธิปไตย<br />
- วิกเตอร์ อูโก นักเขียนชาวฝรั่งเศส ผู้เขียน Le Miserables และ The Hunchback of Notredame<br />
แนวคิดหลักคือสิทธิมนุษยชน<br />
- เหงียน บินห์ เคียม ข้าราชการ นักปราชญ์ กวี และโหรชาวเวียตนามยุคศตวรรษที่ 16<br />
แนวคิดหลักคือมนุษย์สามารถรู้อนาคตเองได้<br />
(ผู้นับถือจ๋าวได่เหมาไปเองว่าท่านเหล่านี้เป็นนักบุญ ซึ่งท่านมิได้ทราบหรือเกี่ยวข้องกับศาสนานี้โดยตรงแต่อย่างใด)</p>
<p><img src="http://terasphere.exteen.com/images/documentary/250px-Cao_Dai_three_saints.jpg" alt="สามนักบุญจ๋าวได่" title="สามนักบุญจ๋าวได่" /><br />
สามนักบุญจ๋าวได่</p>
<p><strong>ศาสนิกมีพิธีกรรมและนักบวชไหม?</strong><br />
จ๋าวได่จัดการปกครองสงฆ์ในรูปแบบเดียวกับคริสตศาสนาโรมันคาธอลิก มีวังพระสันตะปาปา พระคาร์ดินัล บิช็อป เช่นเดียวกัน<br />
มหาวิหารและวังพระสันตะปาปาอยู่ที่เมือง เตือยนินห์ เวียตนามใต้</p>
<p><img src="http://terasphere.exteen.com/images/documentary/300px-CaoDaiMain.jpg" alt="มหาวิหารจ๋าวได่" title="มหาวิหารจ๋าวได่" /><br />
มหาวิหารจ๋าวได่</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้นับถือศาสนาจ๋าวได่อยู่ประมาณ 8 ล้านคนทั่วเวียตนาม</p>
<p>มีศูนย์เผยแผ่ศาสนาที่ซิดนีย์ นิวยอร์ก และส่งศาสนทูตไปเผยแผ่ตามประเทศต่าง ๆ</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p><em>ความเชื่อของผู้อื่นไม่ใช่เรื่องไร้สาระ<br />
ลองมองย้อนกลับมา แล้วเปรียบเทียบดูกับความเชื่อของเรา<br />
สิ่งที่เราเชื่อ อาจไม่ต่างจากความเชื่อของเขาเลยก็ได้</em></p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p><strong>ที่มา</strong><br />
<a href="http://www.caodai.org/">http://www.caodai.org</a><br />
<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Cao_Dai">http://en.wikipedia.org/wiki/Cao_Dai</a></p>
<p>&#8211;<br />
ที่มา &#8211; เทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์, <a href="http://terasphere.exteen.com/20081115/entry" title="terasphere.exteen.com">เมื่อดร.ซุนยัตเซ็นและวิกเตอร์ อูโกเป็นนักบุญ</a>, Terasphere&#8217;s Library, 15 พฤศจิกายน 2551</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/cao-da/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : “เดือนเพ็ญ” บทเพลงมหัศจรรย์ บนความยิ่งใหญ่ที่ถูกลืมเลือน</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/crescent-moon/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/crescent-moon/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 Nov 2008 11:32:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[กวี]]></category>
		<category><![CDATA[คิดถึงบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[อัศนี พลจันทร]]></category>
		<category><![CDATA[เดือนเพ็ญ]]></category>
		<category><![CDATA[เพลง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=256</guid>
		<description><![CDATA[
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ “เดือนเพ็ญ” อยากแนะนำให้ลองไปเสาะค้นประวัติของมหากวีผู้รจนา ท่านจะได้ซึมซาบอรรถรสในอีกแง่มุมหนึ่ง ยิ่งได้ทราบว่า “เดือนเพ็ญ” ซ่อนความหมายอันใดไว้บ้าง จะยิ่งตื่นตาตื่นใจกับอัจฉริยลักษณ์แห่งกานต์กวีของ “นายผี” และหากว่า “เดือนเพ็ญ” ยังไม่จุใจแห่งความละมุนละไมและปลุกเร้าหัวใจ พวกเราน่าจะลองหา “ชะนะ…แล้วแม่จ๋า” ซึ่งแม้จะมีกลิ่นอาย อยุธเยศเล้าโลมคลอเคลีย แต่กลับสะท้อนให้เห็นความวิจิตรแห่งชีวิตที่มีเลือดเนื้อของผู้คนตัวเล็กๆใน ครอบครัวยากไร้ที่มีความขัดแย้งในหลายแง่มุม เราควรออกเดินทางเพื่อไปลิ้มรส “อีศาน” ซึ่งมีความอลังการในความแห้งแล้งและยากจนนั้น ยิ่งกว่าใด “ความเปลี่ยนแปลง” ยังเหมาะสำหรับผู้ต้องการเห็นประวัติศาสตร์อารยธรรมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่กลอง รวมถึงทิพรูปที่ก่อเกิดขึ้นมาจากเปลวไฟแห่งความขัดแย้ง จนมีความงามที่ยิ่งยงตราบจนปัจจุบัน

มีหลายเรื่องแล้ว คราวนี้เป็นคราของเพลงและบทกวีบ้าง, เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ เขียนบทความถึงบทกวีและกวีอมตะ &#8220;นายผี&#8221; อัศนี พลจันทร เพื่อเป็นกำลังใจแก่ชาวไทยใน “วันลอยกระทง” ห้วงยามที่ “เดือนเพ็ญ” กระจ่างจ้าที่สุดในรอบปี &#8212; เป็นบทความขนาดยาวสามตอนจบ เชิญอ่านครับ  
“เดือนเพ็ญ” บทเพลงมหัศจรรย์ บนความยิ่งใหญ่ที่ถูกลืมเลือน &#8211; ตอนที่ 1, ตอนที่ 2, ตอนจบ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote cite="http://www.siamintelligence.com/wordpress/fullmoon-the-magical-lyric-end/"><p>
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ <em>“เดือนเพ็ญ”</em> อยากแนะนำให้ลองไปเสาะค้นประวัติของมหากวีผู้รจนา ท่านจะได้ซึมซาบอรรถรสในอีกแง่มุมหนึ่ง ยิ่งได้ทราบว่า <em>“เดือนเพ็ญ”</em> ซ่อนความหมายอันใดไว้บ้าง จะยิ่งตื่นตาตื่นใจกับอัจฉริยลักษณ์แห่งกานต์กวีของ <em>“นายผี”</em> และหากว่า <em>“เดือนเพ็ญ”</em> ยังไม่จุใจแห่งความละมุนละไมและปลุกเร้าหัวใจ พวกเราน่าจะลองหา <em>“ชะนะ…แล้วแม่จ๋า”</em> ซึ่งแม้จะมีกลิ่นอาย อยุธเยศเล้าโลมคลอเคลีย แต่กลับสะท้อนให้เห็นความวิจิตรแห่งชีวิตที่มีเลือดเนื้อของผู้คนตัวเล็กๆใน ครอบครัวยากไร้ที่มีความขัดแย้งในหลายแง่มุม เราควรออกเดินทางเพื่อไปลิ้มรส <em>“อีศาน”</em> ซึ่งมีความอลังการในความแห้งแล้งและยากจนนั้น ยิ่งกว่าใด <em>“ความเปลี่ยนแปลง”</em> ยังเหมาะสำหรับผู้ต้องการเห็นประวัติศาสตร์อารยธรรมในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่กลอง รวมถึงทิพรูปที่ก่อเกิดขึ้นมาจากเปลวไฟแห่งความขัดแย้ง จนมีความงามที่ยิ่งยงตราบจนปัจจุบัน
</p></blockquote>
<p>มีหลายเรื่องแล้ว คราวนี้เป็นคราของเพลงและบทกวีบ้าง, เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ เขียนบทความถึงบทกวีและกวีอมตะ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%B5_%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3">&#8220;นายผี&#8221; อัศนี พลจันทร</a> เพื่อเป็นกำลังใจแก่ชาวไทยใน “วันลอยกระทง” ห้วงยามที่ “เดือนเพ็ญ” กระจ่างจ้าที่สุดในรอบปี &#8212; เป็นบทความขนาดยาวสามตอนจบ เชิญอ่านครับ <img src='http://readcamp.org/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
<p><strong>“เดือนเพ็ญ” บทเพลงมหัศจรรย์ บนความยิ่งใหญ่ที่ถูกลืมเลือน</strong> &#8211; <a href="http://www.siamintelligence.com/wordpress/fullmoon-the-magical-lyric/" title="siamintelligence.com">ตอนที่ 1</a>, <a href="http://www.siamintelligence.com/wordpress/fullmoon-the-magical-lyric2/" title="siamintelligence.com">ตอนที่ 2</a>, <a href="http://www.siamintelligence.com/wordpress/fullmoon-the-magical-lyric-end/" title="siamintelligence.com">ตอนจบ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/crescent-moon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>bact&#8217; : เรามีอะไรบางอย่างจะพูด</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/campaign-t-shirt/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/campaign-t-shirt/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2008 04:15:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[T-shirt]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อยืด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=200</guid>
		<description><![CDATA[@bact ถอดความบางส่วนจากรายการ BBC Breakfast ตอนทีเชิร์ต และคุยกันต่อถึงวัฒนธรรม(การแสดงออกผ่าน)ทีเชิร์ต
(bact&#8217; ลงทะเบียนไว้ว่าจะไปอ่านปุ่มบนไมโครเวฟในรี้ดแคมป์ ตอนนี้เจ้าตัวยังไม่แน่ใจ อาจจะเปลี่ยนเรื่อง &#8211; ใครยังไม่มีเรื่องก็ไม่ต้องกังวล ลงทะเบียนไปก่อนได้ บางทีเราอาจจะไปนึกออกในตอนบ่ายวันที่ 29 ก็ได้ ไม่เห็นจะเป็นไรนิ)
&#8211;
เรามีอะไรบางอย่างจะพูด

บีบีซี ช่องทีวีสาธารณะของสหราชอาณาจักร พาไปคุยเรื่องประวัติทีเชิร์ตกับ Caryn Franklin นักเขียนแฟชั่น ถึงคำขวัญในทีเชิร์ต วัฒนธรรมการแสดงออก แสดงความคิดจุดยืนทางการเมืองผ่านข้อความบนทีเชิร์ต &#8220;เรามีอะไรบางอย่างจะพูด.&#8221;

แคทเทอรีน แฮมเนต (Katharine Hamnett) นักออกแบบชาวอังกฤษ ทำให้สิ่งเหล่านี้ชัดเจนยิ่งขึ้นในวัฒนธรรม เมื่อเธอสวมทีเชิร์ตตัวโคร่งสกรีนคำขวัญ &#8220;58% DON&#8217;T WANT PERSHING&#8221; เข้าพบ มาร์กาเรต แทตเชอร์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อประท้วงความคิดที่จะตั้งฐานมิสไซล์ในเกาะอังกฤษ วงดนตรีป๊อปหลายวงร่วมขบวนทีเชิร์ตคำขวัญนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือวงยอดนิยมอย่าง WHAM! ที่สวมเสื้อสกรีนคำขวัญ &#8220;CHOOSE LIFE&#8221; และแสดงมันอย่างชัดเจนในมิวสิควิดีโอเพลง &#8220;Wake Me Up Before You Go Go&#8221; (อันดับหนึ่งยูเคชาร์ต) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://twitter.com/bact" title="bact'">@bact</a> ถอดความบางส่วนจากรายการ BBC Breakfast ตอนทีเชิร์ต และคุยกันต่อถึงวัฒนธรรม(การแสดงออกผ่าน)ทีเชิร์ต</p>
<p>(bact&#8217; ลงทะเบียนไว้ว่าจะไปอ่านปุ่มบนไมโครเวฟในรี้ดแคมป์ ตอนนี้เจ้าตัวยังไม่แน่ใจ อาจจะเปลี่ยนเรื่อง &#8211; ใครยังไม่มีเรื่องก็ไม่ต้องกังวล ลงทะเบียนไปก่อนได้ บางทีเราอาจจะไปนึกออกในตอนบ่ายวันที่ 29 ก็ได้ ไม่เห็นจะเป็นไรนิ)<br />
&#8211;</p>
<h3>เรามีอะไรบางอย่างจะพูด</h3>
<p><object width="425" height="344"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/iXQQ6-s_84s&#038;hl=en&#038;fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/iXQQ6-s_84s&#038;hl=en&#038;fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="425" height="344"></embed></object></p>
<p>บีบีซี ช่องทีวีสาธารณะของสหราชอาณาจักร พาไปคุยเรื่องประวัติทีเชิร์ตกับ Caryn Franklin นักเขียนแฟชั่น ถึงคำขวัญในทีเชิร์ต วัฒนธรรมการแสดงออก แสดงความคิดจุดยืนทางการเมืองผ่านข้อความบนทีเชิร์ต &#8220;เรามีอะไรบางอย่างจะพูด.&#8221;<br />
<span id="more-200"></span><br />
<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Katharine_Hamnett">แคทเทอรีน แฮมเนต</a> (Katharine Hamnett) นักออกแบบชาวอังกฤษ ทำให้สิ่งเหล่านี้ชัดเจนยิ่งขึ้นในวัฒนธรรม เมื่อเธอสวมทีเชิร์ตตัวโคร่งสกรีนคำขวัญ &#8220;58% DON&#8217;T WANT PERSHING&#8221; เข้าพบ <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%95_%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C">มาร์กาเรต แทตเชอร์</a> นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เพื่อประท้วงความคิดที่จะตั้งฐานมิสไซล์ในเกาะอังกฤษ วงดนตรีป๊อปหลายวงร่วมขบวนทีเชิร์ตคำขวัญนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือวงยอดนิยมอย่าง <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wham!">WHAM!</a> ที่สวมเสื้อสกรีนคำขวัญ &#8220;CHOOSE LIFE&#8221; และแสดงมันอย่างชัดเจนในมิวสิควิดีโอเพลง &#8220;<a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wake_Me_Up_Before_You_Go_Go">Wake Me Up Before You Go Go</a>&#8221; (อันดับหนึ่งยูเคชาร์ต) คำขวัญดังกล่าวเพื่อรณรงค์ต่อต้านการใช้ยาเสพติดและการฆ่าตัวตาย</p>
<p>และไม่ใช่เพียงแคทเทอรีนเท่านั้นที่มีอะไรบางอย่างจะพูด ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในวัฒนธรรมทีเชิร์ตแสดงให้เราเห็นแล้วว่า</p>
<p><em>&#8220;พวกเราทุกคนมีอะไรบางอย่างจะพูด&#8221;</em></p>
<p>&#8211;</p>
<h3>เราสวมอะไร เราก็ &#8216;เป็น&#8217; อย่างนั้น</h3>
<p><a href="http://tcult.wordpress.com/">ทีเชิร์ตคัลเจอร์</a> บล็อกกลุ่มน้องใหม่ เปิดทำการเมื่อ 27 ก.ค. 2551 สด ๆ</p>
<blockquote><p>
บล็อกที่พยายามจะเขียนเกี่ยวกับเสื้อยืด และวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังการใส่เสื้อยืด
</p></blockquote>
<p>&#8220;คุณบริโภคอะไร คุณก็เป็นอย่างนั้น&#8221; คำพูดนี้ใช้ได้กับเสื้อยืดพิมพ์ลายเช่นกัน</p>
<p>สมมติว่าคุณกำลังใส่เสื้อยืดอยู่ตัวหนึ่ง (หรือถ้าคุณใส่มันอยู่จริง ๆ ก็ดี จะได้ไม่ต้องสมมติให้ยุ่งยาก) คุณสะดุดตาเสื้อตัวที่คุณกำลังใส่อยู่นี้เพราะอะไร ? ทำไมถึงไม่เป็นตัวอื่น ๆ ในร้าน ? ทำไมวันนั้นคุณถึงเลือกเสื้อตัวนี้ ? กระทั่งว่ามันเป็นเสื้อแจกฟรีก็เถอะ แต่ในสถานการณ์อะไร คุณอยู่ในวงสังคมแบบไหน จึงได้รับเสื้อตัวนี้มา ? แล้วทำไมวันนี้คุณเลือกใส่เสื้อตัวนี้ ?</p>
<p>มีอะไรในหัวคุณที่บอกให้คุณทำอย่างนั้นไหม ?</p>
<p>จริงอยู่ที่ว่าเสื้อผ้าทุกชนิดทุกชิ้นที่คุณสวมใส่ ล้วนบอกความเป็นตัวคุณ แต่เสื้อยืดพิมพ์ลายนั้นดูจะบอกอะไรได้ชัดเจนกว่าเสื้อผ้าชิ้นอื่น ด้วยความที่มันมีพื้นที่เว้นไว้ให้เติมคำลงในช่องว่างมากกว่า ทั้งยังอยู่ในตำแหน่งสายตากว่า จึงไม่แปลกอะไร ที่หลายคน-อย่างรู้ตัว-ใช้พื้นที่บนหน้าอกและแผ่นหลังของตัว ประกาศแนวคิดของตนสู่สาธารณะอย่างชัดแจ้ง ทำตัวเองเป็นป้ายโฆษณาเคลื่อนที่-อย่างจงใจ-พาแนวคิดที่ประกาศบนเสื้อไปปะทะกับสายตามากมายในพื้นที่สาธารณะที่ตนเดินทางผ่าน ไม่ว่าจะเป็นมุขตลกร้ายเสียดสี คำพูดกวน ๆ แนวสติ๊กเกอร์ท้ายรถ หรือสารทางการเมือง</p>
<p>เวลาที่เราหยิบเสื้อยืดพิมพ์ลายตัวหนึ่งขึ้นมาใส่ เราจึงไม่ได้พิจารณาเพียงว่าเหมาะกับกางเกงและเสื้อผ้าชิ้นอื่นหรือไม่ แต่พิจารณาไปต่อว่า พื้นที่สาธารณะที่เราจะต้องไปในวันนั้น ผู้คนรอบ ๆ จะมีปฏิกิริยาต่อสารบนเสื้อยืดอย่างไร แม้กับเสื้อผ้าปกตินั้นเราก็คิดถึงข้อนี้ด้วย เช่น ไม่เลือกเสื้อสีสดไปพิธีศพ แต่ด้วยมิติของสารบนเสื้อยืดพิมพ์ลายที่มีมากกว่าสีและทรง การพิจารณาของเราต่อเสื้อยืดพิมพ์ลายตัวหนึ่งจึงซับซ้อนยิ่งกว่าธรรมเนียมปฏิบัติเรื่องสีกับพิธีกรรมที่ค่อนข้างตายตัว ไปสู่เรื่องสารกับความเชื่อในสังคมที่ลื่นไหลเปลี่ยนแปลงกว่า เสื้อยืดพิมพ์ลายตัวเดียวกันอาจใส่ขึ้นรถเมล์เมื่อปีที่แล้วได้ แต่ในปีนี้ไม่ได้</p>
<p>กับเสื้อผ้าแบบมาตรฐานจากโรงอุตสาหกรรม ด้วยสีและทรงที่มีจำกัด ความเป็นปัจเจกนั้นถูกกลบด้วยความ &#8216;เหมือน ๆ กัน&#8217; ของเสื้อผ้า แต่ด้วยลายพิมพ์บนเสื้อยืด ความเป็นปัจเจกถูกขับผลักออกมาจากฝูงชนได้ และเมื่อใดที่คุณรู้ตัวว่าได้เลือกที่จะยืนอยู่แถวหน้า คุณก็เตรียมใจที่จะเผชิญกับการปะทะที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะรู้สึกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้ยินคนที่เดินสวนซุบซิบถึงลายบนเสื้อว่าน่ารักหรือกวนดีจัง หรือรู้สึกถูกคุกคามเมื่อเห็นสายตาคนจ้องมองที่หน้าอกคุณสลับกับมองหน้าคุณ สารบนเสื้อของคุณได้ทำหน้าที่ของมันอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา &#8211; สื่อสาร</p>
<p>ติดตามวัฒนธรรมเสื้อยืดได้ที่ <strong><a href="http://tcult.wordpress.com/">tcult.wordpress.com</a></strong><br />
(สนใจอยากแจม ร่วมเขียน แจ้งได้ที่บล็อกดังกล่าว หรือ ทวิตเตอร์ <a href="http://twitter.com/pittaya">@pittaya</a>)</p>
<p>&#8211;<br />
ที่มา &#8211; bact&#8217;, <a href="http://tcult.wordpress.com/2008/08/07/we-have-something-to-say/">เรามีอะไรบางอย่างจะพูด</a>, T-shirt culture, 7 สิงหาคม 2551 และ bact&#8217;, <a href="http://culturelab.in.th/blog/2008/07/30/tcult/">เราสวมอะไร เราก็ ‘เป็น’ อย่างนั้น</a>Culture Lab etc., 30 กรกฎาคม 2551</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/campaign-t-shirt/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->