<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ReadCamp &#187; คำสาปฟาโรห์</title>
	<atom:link href="http://readcamp.org/tag/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%9f%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://readcamp.org</link>
	<description>ทุกอย่างอ่านได้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 May 2010 07:22:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Carousal : เจาะเวลาหาอดีต &quot;อะไรจะเกิดขึ้นถ้า&#8230; ?&quot;</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/carousal-back-to-the-future/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/carousal-back-to-the-future/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Nov 2008 05:24:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[น่าอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[Jin หมอทะลุศตวรรษ]]></category>
		<category><![CDATA[การ์ตูน]]></category>
		<category><![CDATA[คำสาปฟาโรห์]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะเวลาหาอดีต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=230</guid>
		<description><![CDATA[ซีรี่ส์ &#8220;เจาะเวลาหาอดีต&#8221; โดย Carousal (หมดแก้ว!) จากบล็อก &#8220;สุดสัปดาห์กับการ์ตูน&#8221; พาอ่านการ์ตูน สามเรื่อง สามยุค ที่อยู่บนพลอตการเดินทางทะลุมิติเวลาของตัวละคร &#8211; นักเรียนอียิปต์, หมอฮอลันดา, และนักรบเฮอัน &#8211; เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 1 : คำสาปฟาโรห์ หมู่นี้เดินผ่านร้านหนังสือแล้วเจอหนังสือแนวเจาะเวลาหาอดีตบ่อย ๆ คุณชอบอ่านหนังสือ หรือดูหนังที่ตัวละครในเรื่องต้องพลัดมิติเวลาไปสู่โลกในอดีตหรืออนาคตบ้างไหมคะ? ฉันชอบมากเลยละค่ะ เพราะถึงแม้ว่า พลอตนี้จะเป็นพลอตเก่าที่นักจินตนาการทั้งหลายใช้สร้างสรรค์ผลงานกันมากลายสิบปีแล้ว แต่มันก็ยังคงความน่าสนใจอยู่เสมอ เพราะแม้จะเป็นพลอตเรื่องแนวเดียวกัน แต่ความแตกต่างของสถานที่ ยุคสมัย และลักษณะความคิด รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวของตัวละคร ก็ทำให้พลอตเรื่องที่มีจุดเริ่มต้นเหมือนกันนี้ สามารถดำเนินไปตามทิศทางของมันเองได้เป็นร้อยเป็นพันแบบ ด้วยแนวความคิดที่ว่า มนุษย์ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพื่อนำมาปรับใช้แก้ไขปัจจุบัน ทำให้มีหลายคนสนใจที่จะทำการศึกษาค้นคว้าอดีต ยิ่งค้น ยิ่งคิด ก็ยิ่งพบว่า เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญในอดีตนั่นแหละ ที่เป็นฟันเฟืองก่อร่างสร้างเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นตามมาในอนาคต ถ้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ปฏิเสธการขอเข้าศึกษาของเด็กชาย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว และสงครามโลกครั้งที่สองก็อาจจะไม่เกิด, ถ้าเจ้าหญิงมาเรีย โจเซฟ ไม่สิ้นพระชนม์ด้วยไข้ทรพิษ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ซีรี่ส์ &#8220;เจาะเวลาหาอดีต&#8221; โดย Carousal (หมดแก้ว!) จากบล็อก <a href="http://blogazine.prachatai.com/user/carousal" title="บล็อกกาซีน ประชาไท">&#8220;สุดสัปดาห์กับการ์ตูน&#8221;</a> พาอ่านการ์ตูน สามเรื่อง สามยุค ที่อยู่บนพลอตการเดินทางทะลุมิติเวลาของตัวละคร &#8211; นักเรียนอียิปต์, หมอฮอลันดา, และนักรบเฮอัน<br />
&#8211;</p>
<h3>เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 1 : คำสาปฟาโรห์</h3>
<p><strong>หมู่นี้เดินผ่านร้านหนังสือแล้วเจอหนังสือแนวเจาะเวลาหาอดีตบ่อย ๆ</strong></p>
<p>คุณชอบอ่านหนังสือ หรือดูหนังที่ตัวละครในเรื่องต้องพลัดมิติเวลาไปสู่โลกในอดีตหรืออนาคตบ้างไหมคะ? ฉันชอบมากเลยละค่ะ เพราะถึงแม้ว่า พลอตนี้จะเป็นพลอตเก่าที่นักจินตนาการทั้งหลายใช้สร้างสรรค์ผลงานกันมากลายสิบปีแล้ว แต่มันก็ยังคงความน่าสนใจอยู่เสมอ เพราะแม้จะเป็นพลอตเรื่องแนวเดียวกัน แต่ความแตกต่างของสถานที่ ยุคสมัย และลักษณะความคิด รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวของตัวละคร ก็ทำให้พลอตเรื่องที่มีจุดเริ่มต้นเหมือนกันนี้ สามารถดำเนินไปตามทิศทางของมันเองได้เป็นร้อยเป็นพันแบบ</p>
<p>ด้วยแนวความคิดที่ว่า มนุษย์ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เพื่อนำมาปรับใช้แก้ไขปัจจุบัน ทำให้มีหลายคนสนใจที่จะทำการศึกษาค้นคว้าอดีต ยิ่งค้น ยิ่งคิด ก็ยิ่งพบว่า เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญในอดีตนั่นแหละ ที่เป็นฟันเฟืองก่อร่างสร้างเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นตามมาในอนาคต</p>
<p>ถ้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ปฏิเสธการขอเข้าศึกษาของเด็กชาย อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว และสงครามโลกครั้งที่สองก็อาจจะไม่เกิด, ถ้าเจ้าหญิงมาเรีย โจเซฟ ไม่สิ้นพระชนม์ด้วยไข้ทรพิษ ผู้ที่ถูกส่งตัวมาเป็นเจ้าสาวแห่งฝรั่งเศสอาจไม่ใช่เจ้าหญิงมาเรีย อันโทเนีย และประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศสอาจเปลี่ยนโฉมหน้า, ถ้าในวันนั้น ทาสผิวดำไม่ได้บังเอิญหลบหนีเจ้านายเข้ามาในบ้านของนางแฮเรียต บีชเชอร์ สโตว์ ก็คงไม่มีหนังสือเรื่อง<em><a href="http://prachathai.com/05web/th/home/12470" title="มองผ่าน 'กระท่อมน้อยของลุงทอม' ถึง'แหม่มแอนนา' สู่ 'เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น' และการปฏิรูประบบทาสในสยาม">กระท่อมน้อยของลุงทอม</a></em> กว่าประชาชนชาวอเมริกันจะเริ่มตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพและใคร่ครวญเรื่องการเลิกทาส ก็คงช้ากว่านี้อีกหลายสิบปี<br />
<span id="more-230"></span><br />
แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่มีความสำคัญกับคนอื่น อย่างการที่พ่อกับแม่ของเรามาพบกัน ก็เป็นฟันเฟืองที่จะประกอบขึ้นมาเป็นเรื่องใหญ่ (อาจจะสำหรับเราคนเดียว) อย่างการถือกำเนิดขึ้นของตัวเรา ซึ่งก็จะกลายเป็นฟันเฟืองสำหรับขับดันเหตุการณ์อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต</p>
<p>มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการจินตนาการและประมวลผล ดังนั้น เมื่อเรามองย้อนกลับไปในอดีต เราจึงไม่ได้ศึกษาความเป็นไปของมัน เพียงเพื่อให้รู้ไว้ หรือเพื่อแก้ไขสถานการณ์รูปแบบคล้ายกันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (แม้ว่าส่วนใหญ่ คนเรามักจะเลือกเดินย่ำซ้ำรอยเดิมเรื่อยไป แม้ว่าจะมีประสบการณ์เป็นเครื่องเตือนใจครั้งแล้วครั้งเล่าก็เถอะ) แต่นำมาจินตนาการ และตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากกระแสเหตุการณ์ที่เคยไหลผ่านแนวลำธารแห่งกาลเวลาถูกบิดเบือน ถ้าเหตุการณ์ที่เคยเกิด ถูกขัดขวางไม่ให้เกิด หรือเกิดขึ้นแต่ผลลัพธ์ของมันถูกเปลี่ยนแปลงไปอีกอย่าง จะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง และโลกที่ถูกเปลี่ยนแปลงนั้นจะกลายไปเป็นโลกแบบไหนในกาลข้างหน้า</p>
<p>นั่นคือที่มาของผลงานสร้างสรรค์แนวเจาะเวลาหาอดีตค่ะ</p>
<p>การส่งตัวละครเข้าไปสู่อดีต เป็นกลวิธีในการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุด เพราะนอกจากเราจะได้มองเห็นอดีตจากมุมมองของผู้ที่มีพื้นฐานสภาพแวดล้อมแบบเดียวกับเรา ซึ่งจะทำให้บอกเล่าสิ่งที่ตัวเองเห็นและมีทัศนคติที่ใกล้เคียงกับความคิดและความเชื่อมาตรฐานของสังคมปัจจุบัน ให้เราเข้าใจสถานการณ์และความแตกต่างได้ง่ายขึ้นแล้ว สภาพความเป็นสิ่งมีชีวิต ยังบังคับให้ตัวละครจำเป็นต้องมีส่วนร่วมอย่างใดอย่างหนึ่งกับอดีต จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ขึ้นจนได้</p>
<p>ทีนี้ลองนึกภาพตัวคุณเองดูสิคะ <em>ถ้าให้คุณเลือกได้ คุณจะอยากย้อนเวลากลับไปสู่ยุคไหน และอยากเปลี่ยนแปลงอะไรกันบ้าง?</em></p>
<p>ถ้าเอ่ยถึงการ์ตูนแนวเจาะเวลาหาอดีต คงไม่มีการ์ตูนเรื่องไหนเป็นตัวอย่างได้ดีเท่า <strong><em>คำสาปฟาโรห์</em></strong> เพราะนอกจากแครอล นางเอกของเรื่องจะย้อนเวลากลับไปสู่อียิปต์สมัย 3,000 ปีก่อนคริสตกาลแล้ว ความที่การ์ตูนเรื่องนี้เขียนต่อเนื่องกันมายาวนาน ส่งผ่านกันจากย่าสู่หลานไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้เวลาเด็ก ๆ รุ่นใหม่เปิดอ่านเล่มแรก ๆ ก็จะรู้สึกเหมือนกำลังถูกส่งตัวเจาะเวลาหาอดีตไปกับแครอลด้วย เพราะแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผมยุคนั้นเอาท์ไปแล้วกลับมาอินอีกหลายรอบแล้ว และถึงจะเป็นการ์ตูนผู้หญิง แต่ก็มีผู้ชายหลายคนที่อ่านด้วยเหมือนกัน</p>
<p><center><img src="http://blogazine.prachatai.com/upload/carousal/carousal_20080615-012536.jpg" alt="ปก คำสาปฟาโรห์ ภาค 1 เล่ม 14" title="ปก คำสาปฟาโรห์ ภาค 1 เล่ม 14" width="200" height="300" border="0" /></center></p>
<p><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B9%8C" title="วิกิพีเดียภาษาไทย">คำสาปฟาโรห์</a> (Ouke no Monshou) เป็นผลงานสร้างชื่อของอาจารย์โฮโซคาวะ ชิเอโกะ ที่นำความประทับใจจากการไปทัวร์อียิปต์กับน้องสาวมาเรียงร้อยเป็นเรื่องราวรักข้ามศตวรรษ ฝ่ายหนึ่งคือสาวน้อยแครอล ลินตัน ลูกสาวเจ้าของบริษัทขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งสนใจวิชาโบราณคดีเป็นอย่างยิ่ง กับอีกฝ่าย ฟาโรห์เมมฟิสผู้เคยมีชีวิตอยู่เมื่อราวสามพันปีก่อนคริสตกาล ทั้งสองฝ่ายโคจรมาพบกันได้ เพราะพ่อของแครอลเป็นผู้ออกทุนให้ขุดหาสุสานฟาโรห์ยุคโบราณ และฟาโรห์ดวงดับที่เคราะห์ร้ายถูกขุดเจอก็คือเมมฟิสนี่เอง</p>
<p>หลังขุดพบ แครอลได้เข้าไปในสุสาน และหยิบแผ่นป้ายดินเหนียวแผ่นหนึ่งติดมือกลับออกมาด้วย เธอทำมันแตก โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือแผ่นป้ายสำหรับสะกดวิญญาณของไอซิส พี่สาวและราชินีของเมมฟิส เมื่อแผ่นป้ายแตก ดวงวิญญาณที่ถูกผนึกไว้ได้รับการปลดปล่อย ไอซิสฟื้นคืนชีพ เธอสาปแครอล และเมื่อเธอต้องกลับไปสู่อดีต เธอก็ได้พาตัวแครอลไปด้วย</p>
<p>และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นการพบกันของแครอลกับเมมฟิส (และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการรอคอยอันยาวนานของนักอ่านทั้งหลายด้วย)</p>
<p>แครอลเป็นตัวอย่างของตัวละครที่ ‘เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์’ ที่ดีมาก เพราะเธอแทบมิพักต้องไตร่ตรองเลยว่าการกระทำของเธอจะเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์หรือไม่ และประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปจะสร้างอนาคตอย่างไร เธอเป็นชนวนการต่อสู้แย่งชิงระหว่างฮิตไทต์กับอียิปต์ ความสนใจในตัวเธอทำให้อัสซีเรียตัดสินใจกระโจนเข้าร่วมศึกอีกด้าน ไอซิสที่ควรจะเป็นราชินีแห่งอียิปต์ตามประวัติศาสตร์ก็ต้องแต่งไปเป็นราชินีแห่งบาบิโลเนีย ซึ่งตอนหลังก็กลับกลายมาเป็นศัตรูกับประเทศบ้านเกิดเมืองนอน แครอลขึ้นเป็นราชินีของอียิปต์ เธอสอนคนอียิปต์ตีเหล็ก สอนกรองน้ำ เธอกลายเป็นหมอที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเพราะรู้จักอาการและสามารถวินิจฉัยโรคที่คนสมัยนั้นยังไม่รู้จัก ความรู้จากวิชาโบราณคดีที่ชื่นชอบทำให้เธอรู้จักความลับของประเทศเพื่อนบ้านและยังสามารถอธิบายอนาคต (ของยุคนั้น) ได้เป็นฉาก ๆ ความสามารถเหล่านี้ทำให้มีแต่คนที่ต้องการตัวเธอ และผลจากการยื้อแย่งกันไปมาของประเทศนั้นประเทศนี้ ทำให้เรื่องราวของแครอลซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1976 (คุณคะ ฉันยังไม่เกิด&#8230;คุณล่ะ เกิดหรือยัง?) ยังดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>คำสาปฟาโรห์เป็นการ์ตูนสุดคลาสสิคที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผลงานหลายชิ้นและคนหลายคน การ์ตูนเรื่องนี้ทำให้หลายคนสนใจอียิปต์ถึงขนาดไปทัวร์ตามรอยคำสาปฟาโรห์ (และกลับมาพร้อมคำบอกเล่าว่า มันไม่ได้สวยหรูเหมือนในจินตนาการ) นิยาย เฉพาะแค่ของไทยก็มีหลายเล่มที่ได้รับอิทธิพลมาจากคำสาปฟาโรห์ และถ้าคุณเคยอ่าน การ์ตูนเรื่องตะวันรักที่ปลายฟ้าของอาจารย์จิเอะ ชิโนฮาระ ก็ได้รับอิทธิพลมาจากคำสาปฟาโรห์เช่นกัน นัยว่าเธอรออ่านผลงานของนักเขียนรุ่นพี่ไม่ไหว เธอเลยเขียนแนวเดียวกันเป็นของตัวเองบ้าง โดยกำหนดฉากให้เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นอริกันกับอียิปต์ ซึ่งก็คือฮิตไทต์นั่นเอง</p>
<p>การที่เรื่องราวของคำสาปฟาโรห์ดำเนินไปในแนวทางที่เป็นอยู่ มีเหตุผลหลักมาจากสองปัจจัย หนึ่งคือตัวของเธอเอง และสองคือยุคสมัยที่เธอเข้าไปอยู่ หากแครอลไม่ใช่คนกระตือรือร้น หากเธอไม่ได้ชอบวิชาโบราณคดีมากจนนำมันไปใช้ประโยชน์ได้เมื่อเข้าไปอยู่ในอดีต หรือประเทศที่เธอหลงยุคไปอยู่ ไม่ใช่ประเทศที่เธอรู้จักดีอย่างอียิปต์ เรื่องราวก็คงแตกต่างไปจากที่เห็</p>
<p><em>ยังมีการ์ตูนอีกหลายเรื่องที่มีพลอตหลักเป็นเรื่องราวของตัวละครที่ย้อนกลับไปสู่ยุคอดีต ตัวละครแต่ละตัว ยุคสมัยแต่ละยุค สร้างเรื่องราวที่เข้มข้นและมีข้อคิดต่าง ๆ กัน แล้วสัปดาห์หน้า เรามาเจาะเวลาหาอดีตกับการ์ตูนเรื่องอื่น ๆ กันนะคะ</em></p>
<p>&#8212;-</p>
<h3>เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 2 : Jin หมอทะลุศตวรรษ</h3>
<p><strong>พร้อมที่จะเจาะเวลาหาอดีตไปกับการ์ตูนเรื่องต่อไปกันหรือยังคะ?</strong></p>
<p>ในจำนวนการ์ตูนแนวเจาะเวลาหาอดีตที่ยังคงวางแผงต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ เรื่องที่ฉันสนใจและชอบมากที่สุดก็คือเรื่องนี้ละค่ะ</p>
<p><center><img src="http://blogazine.prachatai.com/upload/carousal/carousal_20080620-141835.jpg" alt="ปก Jin หมอทะลุศตวรรษ เล่ม 1" title="ปก Jin หมอทะลุศตวรรษ เล่ม 1" width="200" height="287" border="0" /></center></p>
<p><em>Jin หมอทะลุศตวรรษ</em> ผลงานของ <em>Motoka Myrakami</em> ซึ่งจัดจำหน่ายในรูปแบบภาษาไทยโดย Nation Edutainment</p>
<p>Jin หมอทะลุศตวรรษ เป็นเรื่องราวของหัวหน้าศัลยแพทย์ แผนกศัลยกรรมสมองของโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยโทโตะ มินาคาตะ จิน ในคืนที่เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น จินกำลังทำหน้าที่แพทย์เวรดึกอยู่ในโรงพยาบาล เขาได้รับคนไข้นิรนามรายหนึ่งซึ่งตำรวจไปพบขณะนอนหมดสติอยู่ในสวนสาธารณะเข้าแผนกฉุกเฉิน จากบาดแผลที่หน้าผาก คณะแพทย์ได้ทำ CT scan เพื่อตรวจสมอง และพบว่า นอกจากเลือดคั่งที่เยื่อหุ้มสมองชั้นนอกซึ่งเป็นสาเหตุของการหมดสติตามที่ได้ตั้งสมมติฐานไว้แล้ว ยังพบเนื้องอกในต่อมไพเนียลอีกด้วย</p>
<p>ทีมแพทย์ตัดสินใจผ่าตัดสมองเพื่อนำเลือดที่คั่งออก และถ้าสมองไม่บอบช้ำมาก ก็จะผ่าตัดแยกเอาก้อนเนื้องอกออกมาพร้อมกันเลย หากเมื่อเปิดสมองออก ทุกคนในห้องผ่าตัดก็มีอันต้องตกตะลึงพรึงเพริด เมื่อพบว่าเนื้องอกในต่อมไพเนียลนั้นไม่ได้เป็นก้อนเนื้องอกไร้รูปธรรมดา แต่เป็นก้อนเนื้อที่มีรูปร่างเหมือนเด็กทารก ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝาแฝดไม่สมบูรณ์ที่ถูกหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายชายคนนั้น</p>
<p>จินผ่าตัดแยกฝาแฝดทั้งสองออกจากกัน ความไม่สบายใจบางอย่างเข้าครอบครองความรู้สึกของเขาโดยที่ระบุไม่ได้ว่าคืออะไร ความคิดของเขาวนเวียนอยู่แต่กับทารกที่ถูกแยกออกมาจากร่างของพี่ หูของเขาแว่วเสียงร่ำร้องของทารกไร้ชีวิตผู้นั้น</p>
<p>เสียงร่ำร้องที่ว่า ‘อย่าพรากเรา’</p>
<p>เหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น เมื่อคนไข้นิรนามรายนั้นหนีออกจากห้อง ICU ทั้ง ๆ ที่อาการยังสาหัส ไม่หนีตัวเปล่า เขาเข้าไปในห้องเก็บตัวอย่าง ขโมยฝาแฝดของตัวเองที่ถูกดองไว้ในขวดแก้ว และชุดอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉิน คนทั้งโรงพยาบาลช่วยกันตามหาตัวเขา ในที่สุดจินก็ไปพบเขาบนบันไดหนีไฟ และได้เกิดการยื้อยุดต่อสู้กันขึ้น</p>
<p>จินถูกผลักตกบันได แต่ร่างของเขาไม่ได้กระทบพื้นโรงพยาบาล แผ่นหลังของเขากลับกระทบลงบนพื้นหญ้า แสงสว่างรอบข้างวูบหายกลายเป็นความมืดสนิท จินควักปากกาไฟฉายที่ใช้ส่องตรวจโรคออกมาเปิดสวิตช์ เพื่อที่จะพบว่ารอบตัวของเขากลายเป็นป่าทึบไปเสียแล้ว!</p>
<p>จินงุนงง เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในระหว่างที่หาทางออกจากป่า จินก็ได้พบแพ็คอุปกรณ์ผ่าตัดฉุกเฉิน เขาเก็บมันมาด้วย และเดินมะงุมมะงาหราหาทางออกต่อไป จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงคน เมื่อเขาบุกป่าฝ่าเข้าไปหา ก็พบว่าคนเหล่านั้นกำลังต่อสู้กันอยู่ด้วยดาบซามูไรแบบสมัยโบราณ</p>
<p>ปากกาไฟฉายของจินกลายเป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต เขากวัดแกว่งมันให้แสงเข้าตาผู้จู่โจม เมื่อร่วมกับฝีมือดาบของซามูไรหนุ่มอีกผู้หนึ่งที่กำลังโดนโจมตีอยู่ด้วยกัน ทั้งสองก็ร่วมกันทำให้ผู้จู่โจมแตกหนีไป แต่แล้ว บาดแผลถูกฟันบริเวณศีรษะก็ทำให้ซามูไรหนุ่มผู้ช่วยชีวิตทรุดลงสิ้นสติ ความเป็นศัลยแพทย์ทำให้จินรู้ทันทีว่านั่นเป็นอาการเลือดคั่งในสมองจากการกระทบกระเทือน ต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วนที่สุด</p>
<p>ความเป็นแพทย์ในเลือดในเนื้อทำให้จินไม่อาจนิ่งดูดาย ทั้งที่เสี่ยง ทั้งที่ไม่มีผู้ช่วย ทั้งที่มีเครื่องมือติดมาแค่ชุดผ่าตัดฉุกเฉิน ทั้งที่ไม่มีแม้แต่แสงไฟฟ้า จินตัดสินใจทำการผ่าตัดช่วยชีวิตผู้มีพระคุณของเขา</p>
<p>ซามูไรผู้นั้นรอดชีวิต&#8230;จินได้รับรู้ว่า สถานที่ที่เขาอยู่ปัจจุบันคือเอในปีบุนคิวที่ 2 ซึ่งก็คือโตเกียวในปี 1862 นั่นหมายความว่า เขาถูกกระแสกาลเวลาพัดพาไปสู่อดีตซึ่งห่างไกลจากโลกยุคปัจจุบันที่เขาเคยใช้ชีวิตอยู่ถึง 138 ปีนั่นเอง</p>
<p>แน่นอน จินช็อค</p>
<p>ด้วยความสำนึกในบุญคุณที่จินช่วยลูกชายคนเดียวของบ้านไว้ ตระกูลทาจิบานะซึ่งประกอบด้วยแม่ เคียวทาโร่ลูกชาย และซากิลูกสาว จึงเชิญให้จินพักอยู่ด้วยที่บ้าน จินเก็บประวัติความเป็นมาของตนเองไว้เป็นความลับโดยไม่ปริปากบอกใคร และพยายามดำเนินชีวิตในโลกที่ถอยหลังไปถึง 138 ปีอย่างกลมกลืนที่สุด</p>
<p>แต่ความตั้งใจทุกอย่างล้วนมีอุปสรรค</p>
<p>ความเป็นแพทย์ในสายเลือด ทำให้จินทนนิ่งดูดายไม่ได้เมื่อพบกับเหตุการณ์วิกฤติที่ต้องการผู้เยียวยา วิธีการวินิจฉัยและรักษาที่ผิดแปลกจากหมอทั่วไปในยุคนั้น ทำให้ใคร ๆ รู้จักจินในฐานะ ‘หมอฮอลันดา’ หรือผู้ที่ไปศึกษาวิชาการแพทย์มาจากประเทศทางตะวันตกนั่นเอง คำร่ำลือนั้นทำให้จินเป็นที่สนใจของเพื่อนร่วมอาชีพในยุคสมัยที่ห่างกันถึงร้อยกว่าปีมิใช่น้อย</p>
<p>เส้นทางการเป็นหมอฮอลันดาของจินไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากปัญหาการขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์สำหรับการวินิจฉัยโรค ซึ่งเขาไม่เคยต้องวิตกเมื่ออยู่ในโรงพยาบาลใหญ่อันทันสมัยในศตวรรษที่ 20 ความเชื่อและการสาธารณสุขที่ยังมีข้อบกพร่องเนื่องจากการขาดความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นอุปสรรคสำคัญ ยังไม่นับความพิศวงสงสัยและการเมืองภายในวงการแพทย์ที่คอยมุ่งร้ายต่อจิน เหล่าแพทย์ยุคโบราณไม่ได้รู้สึกทึ่งหรือเลื่อมใสในวิธีการรักษาอันแตกต่างแต่ได้ผลดีราวกับได้พรของเทพเจ้านั้นเสมอไปเสียทุกคน หัวโขนและความทรนงทำให้แพทย์หลายคนลืมคิดถึงประโยชน์ของคนไข้เป็นใหญ่ วิชาการความรู้อันน่าอัศจรรย์ของจินทำให้พวกเขากลายเป็นคนไร้ค่า พวกเขาจึงมุ่งร้ายจิน</p>
<p>ท่ามกลางกระแสการเมืองของญี่ปุ่นยุคเริ่มเปิดประเทศ ซึ่งมีการต่อต้านชาวต่างชาติเป็นคลื่นใต้น้ำอยู่เงียบ ๆ จินกำลังพยายามทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุด ในฐานะแพทย์</p>
<p>ฉันชอบมินาคาตะ จิน ค่ะ เพราะถึงแม้จะมีกลิ่นอายของ Gary Stu (ตัวละครที่ดีพร้อมในทุกด้านจนผิดจากความจริง) อยู่บ้างในบางเรื่อง แต่ส่วนใหญ่ เขาเป็นผู้ผลักดันเหตุการณ์ให้ดำเนินไปด้วยพลังและความพยายามของเขาเอง การพลัดมิติกาลเวลาไปอยู่ในโลกที่แทบไม่รู้จัก แทนที่จะทำให้จินทุกข์ใจหรือกังวลอยู่แต่กับการหาวิธีกลับบ้าน เขากลับละสายตาจากตัวเองแล้วมองไปรอบข้าง เมื่อมองเห็นสิ่งที่เขาช่วยได้ เขาก็ลงมือช่วยโดยไม่รั้งรอ โรคแล้วโรคเล่าที่ผ่านมือเขาไป หัด อหิวาต์ กามโรค ฯลฯ โรคธรรมดา ๆ ที่รักษาได้โดยง่ายในยุคปัจจุบัน กลายเป็นโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากมายมหาศาล ไม่เพียงต้องต่อสู้กับตัวโรคเท่านั้น เขายังต้องต่อสู้กับความเชื่อของคน ต่อสู้กับความทรนงของการแพทย์ยุคเก่า และพยายามเผยแพร่ความรู้ออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยทั้งหมดนี้เขาเริ่มต้นจากเรี่ยวแรงของตัวเขาเองเพียงคนเดียว</p>
<p><em>ถ้าเป็นคุณล่ะคะ? คุณจะทำอย่างเขาหรือเปล่า?</em></p>
<p>ในโลกนี้มีคนจำนวนมากมายที่พอใจกับการปิดหูปิดตาเพื่อความสบายใจของตนเอง หลอกตัวเองว่าสิ่งที่ตนเองไม่เห็น แปลว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น&#8230;มโนธรรมอาจทำให้คนเรายื่นมือเข้าช่วยเหลือคนตุกทุกข์ที่อยู่ตรงหน้า แต่ละเลยคนอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตคลองนัยน์ตา แล้วบอกตัวเองว่าเราทำดีที่สุดแล้ว แต่จินไม่ใช่คนเช่นนั้น แทนที่เขาจะรักษาแต่เพียงผู้ป่วยที่เข้ามาหาให้ตัวเองพอสบายใจ เขากลับพัฒนาการแพทย์เชิงรุก การขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์ไม่ทำให้จินท้อใจ ในเมื่อมันไม่มี เขาก็ประยุกต์เอาอะไรที่พอหาได้มาใช้แทน อย่างแอมเบิลแบ็คที่ทำจากกระเพาะปัสสาวะหมู หรือหน้ากากดมสลบจากผ้าและโครงลวด นอกจากจะรักษาด้วยตนเองแล้ว เขายังเต็มใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่มีให้กับทุกคนที่พร้อมจะเปิดใจรับโดยไม่เคยเอาความดีเข้าตัว ยุคสมัยที่เขาไปนั้น เป็นยุคก่อนที่เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์จะค้นพบเพนิซิลลินนับสิบปี จินสอนเรื่องแบคทีเรียและผลิตยาปฏิชีวนะขึ้นมาใช้ตั้งแต่ก่อนที่ผู้ค้นพบตัวจริงจะค้นพบ แต่เขาไม่แอบอ้างเลยว่านั่นเป็นผลงานของเขา เขารู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่</p>
<p>ที่น่ายกย่องที่สุด ความรู้จากโลกอนาคตกว่าร้อยปีข้างหน้า ไม่ได้ทำให้จินหยิ่งผยองว่าเขารู้ดีที่สุด ในเวลาที่เขาด้อยประสบการณ์กว่า เขาก็รับฟังความคิดเห็น และขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>แม้จะเป็นเพียงตัวละครในโลกสมมติ แต่มินาคาตะ จิน ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ต่อสู้โดยไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา เผชิญหน้ากับสิ่งที่ต้องแก้ไขด้วยสายตาที่กว้างไกลและยอมรับความจริง</em></p>
<p>&#8212;-</p>
<h3>เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 3 : Ryo &#8211; the Miracle girl&#8217;s adventure</h3>
<p>เมื่อสัปดาห์ก่อน เราไปทัวร์เอโดะ ยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประตูบ้านต้อนรับนานาอารยประเทศ กับ<a href="http://blogazine.prachatai.com/user/carousal/post/873" title="เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 2 : Jin หมอทะลุศตวรรษ">จินหมอทะลุศตวรรษ</a>กันไปแล้ว สัปดาห์นี้ เรามาย้อนไปไกลยิ่งกว่านั้น สู่ญี่ปุ่นยุคที่ทั้งรุ่งเรืองด้วยศิลปะ และวรรณกรรม รวมทั้งยังเข้มข้นด้วยเรื่องราวการแก่งแย่งชิงดีทางการเมืองกับการ์ตูนเรื่องนี้กันเถอะค่ะ</p>
<p><strong>Ryo – the Miracle girl’s adventure</strong></p>
<p><center><img src="http://blogazine.prachatai.com/upload/carousal/carousal_20080704-160926.jpg" alt="ปก เรียว เล่ม 13" title="ปก เรียว เล่ม 13" width="245" height="350" border="0" /></center></p>
<p>เรียว เป็นผลงานแนวแฟนตาซีของอาจารย์ <em>UEDA RINKO</em> ที่จับเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงตามประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสมัยเฮอัน มาดัดแปลงเป็นแนวย้อนเวลา โดยเรื่องที่ดัดแปลงไปนั้น นอกจากจะสนุกแล้ว ยังดำเนินเลียบไปตามประวัติศาสตร์จริงได้กลมกลืนอย่างน่าทึ่งด้วยค่ะ</p>
<p>ปฐมเหตุเรื่องราวของเรียว เกิดขึ้นจากความวุ่นวายทางการเมืองระหว่างขุนนางสองตระกูลในช่วงปลายสมัยเฮอัน – ฝ่ายหนึ่งคือ เกนจิ ตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่ทรงอิทธิพลทั้งทางด้านการทหารและการปกครองในราชสำนักมาช้านาน กับอีกฝ่ายหนึ่ง เฮเคะ ที่ปรึกษาราชการแผ่นดินที่องค์จักรพรรดิชิราคะวะทรงแต่งตั้งขึ้นใหม่ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายเกนจินั่นเอง</p>
<p>แน่นอนว่าการถูกลดทอนอำนาจ ย่อมทำให้เหล่าขุนนางฝ่ายเกนจิไม่พอใจ และอำนาจก็ไม่ใช่สิ่งที่จะประนีประนอมยอมมีผู้ครอบครองสองคน ในไม่ช้า ความไม่พอใจก็สะสมเพิ่มพูนจนกลายเป็นความขัดแย้ง และจากความขัดแย้งก็เปลี่ยนแปลงเป็นสงคราม&#8230;ผลจากสงครามที่มีฝ่ายเฮเคะเป็นผู้ชนะ ทำให้อำนาจในการปกครองเมืองหลวง และคุ้มครองจักรพรรดิตกอยู่ในเงื้อมมือของไทระ คิโยโมริ ผู้นำตระกูลฝ่ายเฮเคะอย่างสมบูรณ์ เกนจิผู้พ่ายแพ้ต้องสูญเสียและแตกฉานซ่านเซ็น&#8230;มินาโมโตะ โยชิโทโมะ ผู้นำฝ่ายเกนจิเสียชีวิต, โทคิวะ ภรรยาของโยชิโทโมะจำต้องเสียสละตนเอง ยอมเป็นชู้รักของคิโยโมริเพื่อแลกกับการไว้ชีวิตลูก ๆ ของนาง ส่วนเด็ก ๆ ที่มีสายเลือดของโยชิโทโมะ บ้างถูกเนรเทศไปยังดินแดนกันดารอันไกลโพ้น บ้างถูกส่งตัวไปเลี้ยงไว้ในวัด เพื่อรอเวลาบวชเรียนในเพศสมณะเมื่อถึงวัยอันสมควรเป็นการขอชีวิต</p>
<p>และในจำนวนเด็กที่ถูกส่งไปเลี้ยงที่คุรามะ หนึ่งในนั้นก็คืออุชิวากามารุ (หรือที่รู้จักกันภายหลังพิธีบรรลุนิติภาวะในนาม มินาโมโตะ โยชิซึเนะ) บุตรคนที่เก้าของโยชิโทโมะ ผู้ซึ่งอาจารย์ UEDA RINKO นำมาดัดแปลงเป็น ‘นางเอก’ (?) ในการ์ตูนเรื่องนี้นั่นเอง</p>
<p><center><img src="http://blogazine.prachatai.com/upload/carousal/carousal_20080704-160936.jpg" alt="ปก เรียว เล่ม 10" title="ปก เรียว เล่ม 10" width="245" height="350" border="0" /></center></p>
<p>เรียว เป็นเรื่องราวของโทยามะ เรียว เด็กสาวนักเรียนชั้นมัธยมปลายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ถูกนักบวชปริศนาที่พบบนสะพานโกโจปองร้ายหมายชีวิตในระหว่างการไปทัศนศึกษาที่เกียวโตกับทางโรงเรียน เมื่อถูกจับได้แล้ว นักบวชผู้นั้นก็ให้การว่าตนเองชื่อมุซาชิโบ เบนเค เป็นนักบวชแห่งเขาฮิเอซึ่งมีใจฝักใฝ่ฝ่ายเกนจิ&#8230;ด้วยคำสาบานที่จะไล่ล่าฝ่ายเฮเคะ ทุกค่ำคืน เบนเคจะถือง้าวไปเฝ้ารออยู่บนสะพานโกโจ เพื่อคอยท้าประลองกับนักรบที่ผ่านไปมา โดยมีดาบอันเปรียบเสมือนจิตวิญญาณแห่งนักรบเป็นเดิมพัน</p>
<p>ดาบเล่มแล้วเล่มเล่าที่มีอันต้องเปลี่ยนมือผู้ครอบครอง นักดาบคนแล้วคนเล่าที่ต้องถูกบังคับให้ยอมรับความพ่ายแพ้&#8230;เบนเคกลายเป็นฝันร้ายแห่งสะพานโกโจไปในที่สุด</p>
<p>จนกระทั่งค่ำคืนที่ดาบเล่มที่พันปรากฏกายขึ้นพร้อมกับเจ้าของมัน – เด็กหนุ่มหน้าสวยราวกับผู้หญิงที่ขานนามตนเองว่าอุชิวากามารุ – เด็กหนุ่มผู้นั้นได้ต่อสู้กับเบนเคอย่างกล้าหาญด้วยชั้นเชิงดาบที่ตึงมือที่สุดในจำนวนผู้ถูกท้าประลองทั้งหมดที่เบนเคเคยต่อสู้ด้วย ก่อนที่เด็กคนนั้นจะหายตัวไปในหุบเขาไร้คนที่เขาคุรามะ&#8230;เบนเคติดตามมาด้วยยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ และแล้วก็ปรากฏว่า เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาก็เข้ามาอยู่ในโลกที่ไม่เคยพบเห็น ซึ่งก็คือโลกยุคปัจจุบันนั่นเอง</p>
<p>สิ่งที่เบนเคเล่าได้รับการตอบรับเป็นเสียงหัวเราะงอหาย ไม่มีใครเชื่อเป็นอื่นไปได้นอกจากเบนเคเป็นหนุ่มจิตเสื่อมที่คว้าเอาตำนานแห่งสะพานโกโจ เรื่องของอุชิวากามารุและเบนเค สองบุคคลผู้มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์มาเติมแต่งเป็นเรื่องราวของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าหนุ่มจิตหลุดที่คิดว่าตัวเองเป็นเบนเคยอดฝีมือ ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าเรียว ลูกสาวสำนักเคนโด้โทยามะที่ไม่เคยจับดาบเลยคนนี้นี่แหละคือเด็กหนุ่มที่เขาไล่ตามมาจากค่ำคืนนั้น</p>
<p>แต่แล้ว เรื่องตลกของเบนเคก็เริ่มไม่มีใครหัวเราะออก เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เรียวได้รู้ความจริงว่า ที่แท้จริงแล้ว เด็กหญิงที่ชื่อโทยามะ เรียว ซึ่งปรากฏตัวอยู่ในรูปถ่ายของครอบครัว และเธอเข้าใจว่านั่นเป็นรูปถ่ายของตัวเธอเองนั้น ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งแต่อายุเจ็ดขวบแล้ว ส่วนตัวเธอเองเป็นเด็กที่ถูกพบนอนสลบอยู่ที่ในป่าที่เชิงภูเขาไฟฟูจิ สวมใส่เครื่องแต่งกายแบบเด็กผู้ชายสมัยเฮอัน พร้อมกับพร่ำพูดว่าตัวเองคืออุชิวากามารุ ทายาทแห่งตระกูลมินาโมโตะ เพื่อเยียวยาความเจ็บปวดที่สูญเสียบุตรสาวคนเดียวไป นายตำรวจที่ทำคดีเรื่องของเรียว จึงได้รับอุปการะเด็กหญิงปริศนาที่พบในป่านั้นไว้เป็นลูกของตัวเอง และได้ขอร้องให้จิตแพทย์ช่วยสะกดจิตเปลี่ยนแปลงความทรงจำให้เชื่อว่าตัวเองคือโทยามะ เรียว เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่แทนที่เด็กหญิงที่ตายไป</p>
<p>ความจริงที่ได้รับรู้ ประกอบกับสถานการณ์ที่บีบคั้นเนื่องจากทางบ้านของเธอไล่ล่าเบนเคผู้ทำให้ตะกอนแห่งอดีตที่เคยถูกกลบฝังไปครั้งหนึ่งแล้วฟุ้งกลับขึ้นมา ทำให้เรียวตัดสินใจลาจากศตวรรษที่ 20 ที่เธอคุ้นเคย แล้วเดินทางย้อนกลับไปสู่อดีตเพื่อตามหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง</p>
<p>และแล้ว เมื่อได้ตัวละครที่ขาดหายไปกลับคืนมา เรื่องราวที่หยุดชะงักไปก็เริ่มต้นดำเนินต่ออีกครั้ง</p>
<p>เรียวกลับไปสู่ฐานะที่แท้จริงของเธอ โดยที่รู้อยู่เต็มอกว่าโศกนาฏกรรมของอุชิวากามารุ หรือบัดนี้ก็คือตัวเธอเองนั้น ได้ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่าอย่างไรบ้าง และด้วยใจจริงแล้ว เธอก็ไม่มั่นใจเลยสักนิดว่า ลำพังกำลังสมองและสองมือของเธอเองจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์อันโหดร้าย ที่ทำให้เธอต้องตายด้วยน้ำมือของพี่ชายตนเองได้หรือไม่</p>
<p>ในความรู้สึกของฉัน เรียวเป็นการ์ตูนที่สนุกมากเรื่องหนึ่งค่ะ ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่มีปรัชญาลึกซึ้ง แง่คิดแปลกใหม่ หรือคติสอนใจอะไรให้นำไปขบคิดต่อ แต่เรียวก็เปล่งประกายแพรวพราวไปด้วยชีวิตชีวา <em>เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นยาขมสำหรับคนที่ไม่ชอบจำ กลับกลายเป็นเรื่องง่ายที่ไม่เพียงแต่จำ ยังทำความเข้าใจได้ง่ายดายอีกด้วย</em> เมื่อบุคคลเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ แต่เป็นตัวละครตัวหนึ่งที่มีบทบาท แนวคิด และแรงบันดาลใจเป็นของตนเอง โลดแล่นอยู่ในสถานการณ์เที่เราสามารถจินตนาการตามและทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขากระทำเช่นนั้น และหากเป็นตัวเราเองเล่า จะทำในสิ่งเดียวกับเขาเหล่านั้นหรือไม่</p>
<p>เทคนิคการช่วยจำวิชาประวัติศาสตร์โดยใช้การ์ตูนเป็นสื่อนี้ ประเทศไทยก็นำมาใช้กันบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นจะเป็นการ์ตูนสำหรับเด็กที่เพียงแค่นำเรื่องราวในประวัติศาสตร์มาถ่ายทอดในรูปแบบการ์ตูนเฉย ๆ เท่านั้น การดำเนินเรื่องยังไม่มีการขบคิดตีความหรือนำเสนอในรูปแบบใหม่ ๆ และตัวละครก็ยังไม่มีชีวิตชีวาเหมือนอย่างการ์ตูนญี่ปุ่น ซึ่งถึงแม้จะช่วยให้จำได้ดีขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้กระบวนการจำในการเรียนรู้อยู่ดี หากมีการปรับปรุงมาเป็นการเรียนรู้โดยการทำความเข้าใจกับสถานการณ์บ้างก็คงจะดีไม่ใช่น้อย</p>
<p><em>ประวัติศาสตร์ยุคเฮอันที่ซับซ้อน ยังกลายเป็นเรื่องสนุกได้ เมื่อสื่อสารผ่านการ์ตูน แล้วทำไมประวัติศาสตร์ไทยอันเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว จะกลายเป็นเรื่องสนุกบ้างไม่ได้ ถ้าเรารู้จักใช้ประโยชน์จากสื่อที่มี จริงไหมคะ?</em></p>
<p>&#8211;<br />
ที่มา</p>
<ul>
<li>Carousal, <a href="http://blogazine.prachatai.com/user/carousal/post/844" title="blogazine.prachatai.com/user/carousal">เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 1 : คำสาปฟาโรห์</a>, สุดสัปดาห์กับการ์ตูน, 15 มิถุนายน 2551</li>
<li>Carousal, <a href="http://blogazine.prachatai.com/user/carousal/post/873" title="blogazine.prachatai.com/user/carousal">เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 2 : Jin หมอทะลุศตวรรษ</a>, สุดสัปดาห์กับการ์ตูน, 22 มิถุนายน 2551</li>
<li>Carousal, <a href="http://blogazine.prachatai.com/user/carousal/post/1011" title="blogazine.prachatai.com/user/carousal">เจาะเวลาหาอดีต ตอนที่ 3 : Ryo &#8211; the Miracle girl&#8217;s adventure</a>, สุดสัปดาห์กับการ์ตูน, 6 กรกฎาคม 2551</li>
</ul>
<p>บทความทั้งสามชิ้นข้างต้น เผยแพร่ตาม<a href="http://cc.in.th/wiki/by_thai_f" title="Creative Commons Attribution License">สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ประเภทแสดงที่มา (CC by)</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/carousal-back-to-the-future/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->