<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ReadCamp &#187; หว่องการ์ไว</title>
	<atom:link href="http://readcamp.org/tag/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://readcamp.org</link>
	<description>ทุกอย่างอ่านได้</description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 May 2010 07:22:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>ณภัค : ‘วัตถุแห่งความทรงจำ’ ใน My Blueberry Nights</title>
		<link>http://readcamp.org/2008/11/blueberry-remembrance/</link>
		<comments>http://readcamp.org/2008/11/blueberry-remembrance/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 17:14:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[นักอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[My Blueberry Nights]]></category>
		<category><![CDATA[หนัง]]></category>
		<category><![CDATA[หว่องการ์ไว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/readcamp/?p=192</guid>
		<description><![CDATA[กุญแจ พายบลูเบอร์รี่ ความทรงจำ ณภัค, อีกหนึ่งนักอ่านที่จะไปเจอกันวันที่ 29 นี้, พา &#8216;อ่าน&#8217; ตัวละครในหนังหว่องการ์ไวเรื่องล่า&#8230; My Blueberry Nights &#8211; ‘วัตถุแห่งความทรงจำ’ ใน My Blueberry Nights (ข้อความหลังเส้นประของข้อเขียนชิ้นนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์) ภาพยนตร์พูดภาษาอังกฤษเรื่องแรกของผู้กำกับชื่อดัง ‘หว่องการ์ไว&#8217; (Wong Kar Wai) ที่เพิ่งเข้าฉายให้ผู้ชมในดินแดนประเทศไทยได้ชมกันตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่เพิ่งจะผ่านมา (2008) ที่มีชื่อว่า My Blueberry Nights นั้น อาจมีประเด็นต่าง ๆ นานาให้สามารถสร้างบทสนทนากันได้มากมายและยาวนาน แต่สำหรับในที่นี้นั้น ผมอยากจะ ‘หยิบเลือก&#8217; เพียงบางประเด็นมา ‘อ่าน&#8217; หรืออีกนัยหนึ่ง ‘สนทนา&#8217; เกี่ยวกับ ‘ตัวละคร&#8217; ในภาพยนตร์ดังกล่าว ภายใต้ความคิดเกี่ยวกับเรื่อง ‘ความทรงจำ&#8217; ซึ่งสะท้อนร่วมกับความคิดเกี่ยวกับ ‘เวลา&#8217; ในเบื้องต้น ผมคิดว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ต่างก็มี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กุญแจ พายบลูเบอร์รี่ ความทรงจำ <a href="http://twitter.com/themadmon" title="themadmon">ณภัค</a>, อีกหนึ่งนักอ่านที่จะไปเจอกันวันที่ 29 นี้, พา &#8216;อ่าน&#8217; ตัวละครในหนังหว่องการ์ไวเรื่องล่า&#8230; My Blueberry Nights<br />
&#8211;</p>
<h3>‘วัตถุแห่งความทรงจำ’ ใน My Blueberry Nights</h3>
<p><em>(ข้อความหลังเส้นประของข้อเขียนชิ้นนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์)</em></p>
<p><img src="http://readcamp.org/wp-content/uploads/2008/11/my-blueberry-nights.jpg" alt="My Blueberry Nights scene" title="My Blueberry Nights" width="440" height="295" class="aligncenter size-full wp-image-193" /></p>
<p>ภาพยนตร์พูดภาษาอังกฤษเรื่องแรกของผู้กำกับชื่อดัง ‘หว่องการ์ไว&#8217; (Wong Kar Wai) ที่เพิ่งเข้าฉายให้ผู้ชมในดินแดนประเทศไทยได้ชมกันตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่เพิ่งจะผ่านมา (2008) ที่มีชื่อว่า My Blueberry Nights นั้น อาจมีประเด็นต่าง ๆ นานาให้สามารถสร้างบทสนทนากันได้มากมายและยาวนาน แต่สำหรับในที่นี้นั้น ผมอยากจะ ‘หยิบเลือก&#8217; เพียงบางประเด็นมา ‘อ่าน&#8217; หรืออีกนัยหนึ่ง ‘สนทนา&#8217; เกี่ยวกับ ‘ตัวละคร&#8217; ในภาพยนตร์ดังกล่าว ภายใต้ความคิดเกี่ยวกับเรื่อง ‘ความทรงจำ&#8217; ซึ่งสะท้อนร่วมกับความคิดเกี่ยวกับ ‘เวลา&#8217;</p>
<p>ในเบื้องต้น ผมคิดว่าเรา ๆ ท่าน ๆ ต่างก็มี ‘ความจำ/ความทรงจำ&#8217; ในฐานะที่เป็น ‘เรื่องราว/เรื่องเล่า&#8217; ในบางส่วนเสี้ยว หรือในบางแง่มุมของชีวิต ซึ่ง ‘เรื่องราว&#8217; ดังที่ว่านี้อาจมีสถานะเป็นทั้ง ‘แรงขับดัน&#8217; ให้กับชีวิต-ในการก้าวไปสู่ ‘อนาคต&#8217;, อาจเป็น ‘โซ่ตรวน&#8217; หรือแม้กระทั่ง ‘กรงขัง&#8217; แห่งชีวิต-ให้ติดอยู่กับ ‘อดีต&#8217;, หรือในบางครั้ง บางเรื่องราว, บางความทรงจำ ก็อาจไม่ได้เป็นทั้งพลังขับเคลื่อนและ/หรือพลังฉุดรั้งใด ๆ ต่อชีวิตเลย<br />
<span id="more-192"></span><br />
สำหรับความคิดเรื่อง ‘ความทรงจำ&#8217; นั้น เรา ๆ ท่าน ๆ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องของสิ่งที่ถูก ‘หยิบเลือก&#8217; และรวมไปถึงการ ‘ตัดทอน&#8217; จากเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ต่างพบเจอในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต เป็นเรื่องของ ‘การเลือก&#8217; ที่จะ ‘จดจำ&#8217; หรือ ‘ลืมเลือน&#8217; บางสิ่งบางอย่าง, บางเหตุการณ์, และแม้กระทั่งคนบางคน ให้ ‘อยู่&#8217; หรือ ‘ไม่อยู่&#8217; ในชีวิต หรือถ้าจะกล่าวให้ชัดเจนขึ้น, อยู่หรือไม่อยู่ในความทรงจำ ซึ่งก็คงปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่า การหยิบเลือกหรือตัดทอนที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นภายใต้ ‘การให้ความหมาย&#8217; หรือ ‘คุณค่า&#8217;</p>
<p><em>&#8212;&#8212;&#8212;-นี่คือเส้นประที่ว่า&#8212;&#8212;&#8212;-</em></p>
<p>ภาพยนตร์เรื่องนี้มีใจกลางอยู่ที่ ‘การเดินทาง&#8217; ของ Elizabeth (Norah Jones) ซึ่งเริ่มต้นหลังจากเธอผิดหวังในความรัก-แฟนของเธอไปมีคนอื่น, การเดินทางอันแสนไกลเพื่อค้นหาตัวเองและพยายามจะนำพาชีวิตให้กลับเข้าร่องเข้ารอย ทำให้เธอได้พานพบพูดคุยกับผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Jeremy (Jude Law) ชายหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟ/café ที่แฟน (เก่า) ของเธอมารับประทานอาหารกับแฟน (ใหม่) ของเขา ซึ่งทั้งคู่ได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันในที่สุด, Arnie (David Strathairn) ตำรวจจราจรซึ่งติดเหล้างอมแงมเพราะเจ็บช้ำเรื่องความรักจาก Sue Lynne (Rachel Weisz) อดีตภรรยาสาวสวยของเขา และ Leslie (Natalie Portman) สาวนักพนันใจเด็ดผู้สร้างข้อเสนอสุดพิเศษให้กับเธอ, ซึ่งแน่นอนว่าผู้คน ‘แปลกหน้า&#8217; เหล่านั้น, ที่ก็อาจเรียกได้อย่างไม่ขัดเขินว่าเป็น ‘เพื่อนร่วมทาง&#8217;, ได้นำทางให้เธอค้นพบเส้นทางไปสู่ร่องรอยของชีวิตใหม่</p>
<p>ภาพยนตร์เปิดด้วยฉากใน café ของ Jeremy อันเป็นฉากที่เผยให้เราเห็นประเด็นเรื่อง ‘การเลือกจำ&#8217; เป็นครั้งแรก ผ่านบทสนทนาทางโทรศัพท์ของเขา และนี่คือประโยคที่ Jeremy พูดกับคู่สนทนาของเขา&#8230;</p>
<blockquote><p>
            &#8220;No. I&#8217;m sorry, I don&#8217;t know anyone by that name.&#8221;</p>
<p>            &#8220;No, listen, I get about a hundred customers a night. I can&#8217;t keep track of all of them.&#8221;</p>
<p>            &#8220;Do you know&#8230; well, tell me what he likes to eat. ‘Cause I remember people by what they order, not by their names.&#8221;
</p></blockquote>
<p>จากข้อความที่ยกมานี้ คงเข้าใจได้ว่าในฐานะที่เป็นเจ้าของร้าน Jeremy ไม่ จำเป็นต้องจดจำชื่อของลูกค้าทั้งหมด หรือแม้กระทั่งอาจไม่จำเป็นต้องจดจำชื่อลูกค้าคนใดได้เลย หากแต่ว่าจดจำแต่เพียงสิ่งที่พวกเขาสั่ง, สิ่งที่พวกเขากิน ก็คงเพียงพอแล้ว หรือกล่าวในอีกทางหนึ่งได้ว่า สำหรับ Jeremy แล้ว ชื่อของผู้สั่งไม่ได้มีความหมาย แต่สิ่งที่มีความหมายนั้นอยู่ที่สิ่งที่ลูกค้าเหล่านั้นสั่งต่างหาก</p>
<p>แต่ตัวอย่างข้างต้นนี้อาจเป็นเพียงตัวอย่างของ ‘เรื่องราว&#8217; ที่ดูจะเรียบง่ายเป็นปกติธรรมดาในชีวิตประจำวัน แต่ผมเห็นว่ายังมี ‘เรื่องราว&#8217; หรือ ‘เรื่องเล่า&#8217; บางอย่างที่มี ‘ความหมาย&#8217; นอกเหนือไปจากสิ่งปกติในชีวิตประจำวันแต่ก็อยู่กับเราในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องเล่าที่ผูกโยง ‘อดีต&#8217;, ‘ปัจจุบัน&#8217; และ ‘อนาคต&#8217; ไว้กับ ‘สิ่ง&#8217; บางอย่าง, หรือ ‘วัตถุ&#8217; บางอย่าง ซึ่งในข้อเขียนชิ้นนี้จะพยายามอธิบายประเด็นดังกล่าวผ่านความเปลี่ยนแปลงของตัวละครสองตัวจากภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ <strong>Jeremy</strong> และ <strong>Elizabeth</strong></p>
<p><img src="http://readcamp.org/wp-content/uploads/2008/11/elizabeth.jpg" alt="Elizabeth" title="Elizabeth" width="295" height="440" class="aligncenter size-full wp-image-194" /></p>
<h4>ว่าด้วย.. Elizabeth</h4>
<p>เช่นเดียวกับใครหลาย ๆ คนที่ฝาก ‘กุญแจ&#8217; ไว้กับ Jeremy เพื่อรอให้ใครอีกคนมารับกุญแจนั้นกลับไป Elizabeth นำกุญแจห้องที่เธอเคยอยู่ร่วมกับแฟนเก่าของเธอมาทิ้งไว้ เพื่อให้แฟนเก่าของเธอมาเก็บกลับไป, ‘กุญแจ&#8217; ซึ่งเป็นวัตถุแห่งความทรงจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในฐานะที่เป็น ‘ความทรงจำร่วม&#8217; ของคนที่ไขกุญแจเพื่อเปิดประตูบานนั้นไปด้วยกัน, ‘กุญแจ&#8217; ที่เป็นสัญลักษณ์แทนความสัมพันธ์, ‘กุญแจ&#8217; ที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘อดีต&#8217; ที่ฉุดรั้ง ‘ปัจจุบัน&#8217; และ ‘อนาคต&#8217; เอาไว้</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในตอนแรก Elizabeth ไม่สามารถ ‘ทิ้ง&#8217; กุญแจ, หรืออีกนัยหนึ่ง ‘อดีต&#8217;, ไปได้จริง เธอจึงกลับมาหา Jeremy เพื่อเอากุญแจพวงนั้นกลับไปเอง และก็เป็นช่วงเวลานี้เองที่ Jeremy และ Elizabeth ได้ร่วมสนทนากันและปลอบประโลมกัน ‘ความทรงจำร่วม&#8217; ชุดใหม่ของเธอก็ได้เกิดขึ้น, ความทรงจำที่เกิดขึ้นร่วมกับ Jeremy ที่ร้านของเขา, ความทรงจำที่มี ‘blueberry pie&#8217; เป็นวัตถุแห่งความทรงจำ, blueberry pie ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร ไม่ได้แย่อะไร เพียงแต่ไม่มีคนเลือกเท่านั้น</p>
<blockquote><p>
Jeremy : At the end of every night the cheesecake and the apple pie are always completely gone. &#8230;&#8230;.But there&#8217;s always a whole blueberry pie left untouched.</p>
<p>Elizabeth : So what&#8217;s wrong with the blueberry pie?</p>
<p>Jeremy : It&#8217;s nothing wrong with the blueberry pie. Just people make other choices. You can&#8217;t blame the blueberry pie. It&#8217;s just no one wants it.</p>
<p>(และในขณะที่ Jeremy กำลังจะทิ้ง blueberry pie ลงถังขยะ)</p>
<p>Elizabeth : Wait! I want a piece.
</p></blockquote>
<p>ในเวลาต่อมา Elizabeth ตัดสินใจ ‘เดินทาง&#8217; ออกจากสถานที่แห่งนั้น, กุญแจดอกเดิมนั้น, ประตูบานเดิมนั้น และแน่นอน เขาคนเดิมนั้น แต่ที่เธอทำเช่นนั้นไม่ใช่เพราะเธอสามารถ ‘ตัดขาด&#8217; จากอดีตที่เจ็บปวดได้ เธอเพียงแต่ต้องการจะหนีไปให้ไกลจากอดีตเพียงเท่านั้น และในระหว่างการเดินทาง ความทรงจำชุดใหม่ที่ว่าด้วย ‘blueberry pie&#8217; กำลังก่อร่างและก้าวเข้ามาแทนที่ความทรงจำชุดเดิม ปัจจุบันของเธอค่อย ๆ สลัดหลุดจากความจำขังแห่งอดีตเพื่อก้าวไปสู่อนาคต</p>
<p>ภายหลังจากการเดินทางอันยาวนานและยาวไกล ผ่านเรื่องราวและผู้คนมากมาย เธอก็สามารถนำพาปัจจุบันของเธอกลับมา ณ ที่แห่งเดิมที่เธอได้เดินทางจากไปก่อนหน้านี้ได้อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ สำหรับ Elizabeth มันไม่ใช่ที่เดิมที่มีอดีตอันเจ็บช้ำ ถึงแม้จะเป็นสถานที่แห่งเดิม แต่ก็เป็นสถานที่แห่งเดิมที่มีความทรงจำอีกชุดหนึ่ง, ประตูอีกบานหนึ่ง, ประตู café ของ Jeremy และ blueberry pie ของเขา และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือเธอไม่ต้องการกุญแจพวงนั้นอีกต่อไป (ประเด็นนี้จะกล่าวต่อไปข้างหน้า) ซึ่งในประเด็นดังที่ว่ามานี้ อาจสังเกตได้จากการเปรียบเทียบคำกล่าวในสองช่วงเวลาซึ่งจะแสดงให้เห็นถึง ความเปลี่ยนแปลงของเธอ อันประกอบไปด้วย</p>
<p><strong>สิ่งที่เธอพูด/คิดกับตัวเองก่อนที่เธอจะเดินทาง</strong></p>
<blockquote><p>
&#8220;How do you say goodbye to someone you can&#8217;t imagine living without?</p>
<p>I didn&#8217;t say goodbye. I didn&#8217;t say anything. I just walked away.</p>
<p>At the end of that night, I decided to take the longest way to cross the street.&#8221;
</p></blockquote>
<p><strong>และหลังจากการเดินทางสิ้นสุด</strong></p>
<blockquote><p>
&#8220;It took me nearly a year to get here.</p>
<p>It wasn&#8217;t so hard to cross that street after all.</p>
<p>It all depends on who&#8217;s waiting for you on the other side.&#8221;
</p></blockquote>
<p>จากข้อความดังกล่าว ผมเห็นว่าเราสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงของ Elizabeth ผ่านเรื่อง ‘การข้ามถนน&#8217; (cross the street) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการข้ามถนนในทางกายภาพ แต่เราควรมองการข้ามถนนนี้ในความหมายที่หมายถึงการ ‘ก้าวข้าม&#8217; อดีต ซึ่งหมายความว่า ในท้ายที่สุด Elizabeth ก็สามารถข้ามผ่านอดีตอันเจ็บปวดชอกช้ำไปสู่ปัจจุบันและอนาคตที่น่าจะสดใสกว่า, กับสิ่งใหม่ ๆ ได้สำเร็จ</p>
<h4>ว่าด้วย.. Jeremy</h4>
<p>โหลแก้วใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยกุญแจซึ่งวางอยู่หลังเคาน์เตอร์ ใน Café ของ Jeremy นั้น ไม่เพียงบรรจุกุญแจจำนวนมากที่มีคนจำนวนเท่ากับจำนวนพวงของกุญแจมาฝากทิ้งไว้ แต่ยังบรรจุ ‘เรื่องราว/เรื่องเล่า&#8217; มากมายของกุญแจแต่ละดอกแต่ละพวงด้วย และหนึ่งในนั้นก็มี ‘กุญแจ&#8217; , ‘เรื่องราว&#8217;, หรืออีกนัยหนึ่ง ‘อดีต&#8217;, ของตัวเขาเองด้วย</p>
<p>เช่นเดียวกับกุญแจของ Elizabeth และกุญแจของใครหลาย ๆ คนที่มาฝากไว้ที่ร้านของเขา พวงกุญแจของ Jeremy ก็เป็นสัญลักษณ์แห่ง ‘ความทรงจำ&#8217; ระหว่างเขาและอดีตคนรักของเขา, Katya (Chan Marshall a.k.a. Cat Power), ผู้เดินไปจากเขาในค่ำคืนหนึ่ง มิเพียงเท่านั้น ในขณะเดียวกับการเป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ มันยังเป็นสัญลักษณ์ของ ‘การรอคอย&#8217; ด้วย ในความหมายที่ว่าวันใดวันหนึ่ง Katya คง เดินกลับมาและกุญแจดอกนั้นก็จะถูกนำไปใช้ไขเปิดประตูของทั้งคู่อีกครั้ง และด้วยความคิดเช่นว่า เขาจึงยังคงเก็บรักษากุญแจพวงนั้นไว้ รวมไปถึงเก็บกุญแจทุกพวงที่ทุก ๆ คนนำมาฝากไว้ ถึงแม้แทบทั้งหมดจะไม่มีใครมาเอากลับไปเลยก็ตาม</p>
<p>ไม่เพียงแต่การเก็บกุญแจ การที่เขายังคงไม่ย้ายไปไหนอาจมีความหมายถึง ‘การรอคอย&#8217; เช่นเดียวกัน ดังที่เขาพูดกับ Elizabeth ไว้ถึงเรื่องราวในวัยเด็กที่แม่ของเขาเคยบอกเขาไว้ว่า</p>
<blockquote><p>
&#8220;She said if I ever got lost I just stay in one place so she&#8217;d find me.&#8221;
</p></blockquote>
<p>เขาจึงยังคงอยู่ที่ร้านเดิม, แต่แล้วในคืนใดคืนหนึ่ง การรอคอย Katya สิ้นสุดลง เธอเดินกลับมาทักทาย และบอกลา ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะยังคงเก็บกุญแจพวกนั้นอยู่ แต่ Jeremy, ซึ่งก็เติบโต/เปลี่ยนแปลงผ่านช่วงเวลาของการรอคอย, ก็ เริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาคงไม่ต้องการกุญแจพวงนั้นอีกต่อไป และคงไม่ต้องการจะเก็บกุญแจของใคร ๆ อีกต่อไปเช่นกัน เพราะเขาคงเข้าใจแล้วว่า แม้จะเก็บรักษา ‘กุญแจ&#8217;/ ‘อดีต&#8217;/ ‘ความทรงจำ&#8217; ไว้ ดีเพียงไดก็ตาม แต่มันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เพียงพอ และไม่สามารถตอบทุกคำตอบได้ เพราะบางทีแม้จะมีกุญแจก็ยังเปิดประตูไม่ได้ หรือบางทีเปิดออกมาแล้วแต่ก็ไม่มีใครที่เราเฝ้ารอคอยอยู่ที่ตรงนั้น ดังจะสังเกตได้จากบทสนทนาระหว่างคนสองคนที่ว่า</p>
<blockquote><p>
Katya : You still have the keys?</p>
<p>Jeremy : Yeah, I always remember what you said about never throwing them away, about never closing those doors forever. I remember.</p>
<p>Katya : Sometimes, even if you have the keys those doors still can&#8217;t be opened, can they?</p>
<p>Jeremy : Even if the door is open the person you&#8217;re looking for may not be there, Katya.
</p></blockquote>
<p>แต่การรอคอยสำหรับ Jeremy ยังไม่สิ้นสุด เขากำลังรอคอย Elizabeth อยู่กับ ‘ความทรงจำ&#8217; ชุดใหม่ที่ร้านเดิมของเขา, ความทรงจำที่ถูกผูกติดไว้กับ blueberry pie, blueberry pie ที่มักจะขายไม่ค่อยได้, แต่เขาก็รอคอยวันที่เธอกลับมากิน blueberry pie ที่ร้านของเขา, blueberry pie กับ ice-cream, นั่งตรงที่เดิมที่เคยนั่ง, สนทนากันต่าง ๆ นานา ฯลฯ</p>
<p>หลังจากเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปีที่ Elizabeth เริ่มออกเดินทางค้นหาตัวเอง ในค่ำคืนหนึ่ง เธอกลับมาที่ Café ของ Jeremy อีก ครั้ง พร้อมกับพบว่าเขาไม่ได้เก็บกุญแจพวกนั้นอีกต่อไป และบทสนทนาของคนสองคนที่ไม่ได้พบกันเกือบหนึ่งปีก็เริ่มขึ้นที่เรื่องของ กุญแจเหล่านั้น</p>
<blockquote><p>
Elizabeth : Where are the keys? You don&#8217;t keep them anymore?</p>
<p>Jeremy : Been trying to give them back to their owners. Do you want yours?</p>
<p>Elizabeth : No. I don&#8217;t need them anymore. &#8230;What about your keys?</p>
<p>Jeremy : I got rid of them.
</p></blockquote>
<p><strong>และตามมาด้วยเรื่อง blueberry pie&#8230;</strong></p>
<blockquote><p>
Elizabeth : Are they still left untouched at the end of the night?</p>
<p>Jeremy : Yep, more or less.</p>
<p>Elizabeth : Then why do you keep making them?</p>
<p>Jeremy : Well, I always like having one around just in case you pop in and fancy a slice.
</p></blockquote>
<h4>คำลงท้าย..</h4>
<p>ในท้ายที่สุด Jeremy ก็ ทิ้งกุญแจดอกเดิมที่เขาเก็บไว้แสนนานไป เขาสามารถทิ้งวัตถุแห่งความทรงจำที่สำคัญของเขาไปได้ พูดอีกอย่างก็คือ เขาสามารถผลักตัวเองออกจากอดีตแห่งการรอคอยที่ไม่รู้ว่าวันที่รอคอยจะมาถึง เมื่อไรได้สำเร็จ เขาสามารถละทิ้งความสัมพันธ์ครั้งก่อนได้แล้ว</p>
<p>ส่วน Elizabeth ซึ่ง ตอบว่าเธอก็ไม่ต้องการกุญแจพวงนั้นแล้ว ก็สามารถทิ้งวัตถุแห่งความทรงจำที่ผูกเธอไว้กับอดีตที่เจ็บปวดจากความ สัมพันธ์เดิมได้สำเร็จเช่นกัน เธอสามารถก้าวข้ามอดีต เหมือนกับที่เธอสามารถเดินข้ามถนนได้อย่างง่าย ๆ ในที่สุด</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทั้งคู่จะสามารถทิ้งวัตถุแห่งความทรงจำอันเก่าไปได้ สามารถก้าวออกจากอดีตไปได้ แต่พร้อม ๆ กันนั้น ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ‘blueberry pie&#8217; ได้กลายเป็นวัตถุแห่งความทรงจำอันใหม่ของทั้งเขาและเธอ เป็น ‘สิ่ง&#8217; ซึ่ง ดึงดูดให้คนทั้งคู่กลับมาพบกัน และร้อยรัดทั้งคู่ไว้ด้วยกัน ผูกโยงทั้งคู่ให้อยู่กับปัจจุบันของกันและกัน และอาจวาดหวังไปสู่อนาคตร่วมกัน</p>
<p>แต่ใครเล่าจะล่วงรู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะดังที่ Katya เคยพูดไว้กับ Jeremy ว่า &#8220;บางครั้ง ถึงแม้จะมีกุญแจ แต่ประตูก็อาจจะไม่สามารถเปิดออกได้&#8221; ดังนั้นแล้ว บางที ในเวลาข้างหน้าที่ยังมาไม่ถึง blueberry pie ก็อาจแปรเปลี่ยนสถานะไปเป็นวัตถุความทรงจำแห่งอดีตที่เป็นดังโซ่ตรวนที่ฉุดรั้งคนทั้งคู่ไว้กับเรื่องราวความทรงจำแห่งอดีตได้เช่นกัน</p>
<p>&#8211;<br />
ที่มา &#8211; ณภัค เสรีรักษ์, <a href="http://blogazine.prachatai.com/user/cinemania/post/624">‘วัตถุแห่งความทรงจำ’ ใน My Blueberry Nights</a>, Cinemania, 5 เมษายน 2551</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://readcamp.org/2008/11/blueberry-remembrance/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->